<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>เด็กน้อย (อยาก) ไปเรียนนอก</title>
	<atom:link href="http://akiragoabroad.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://akiragoabroad.wordpress.com</link>
	<description>ฝันให้ไกล แล้ว(กระดแะ)ไปให้ถึง</description>
	<lastBuildDate>Mon, 06 Feb 2012 23:50:24 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
<cloud domain='akiragoabroad.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://s2.wp.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>เด็กน้อย (อยาก) ไปเรียนนอก</title>
		<link>http://akiragoabroad.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://akiragoabroad.wordpress.com/osd.xml" title="เด็กน้อย (อยาก) ไปเรียนนอก" />
	<atom:link rel='hub' href='http://akiragoabroad.wordpress.com/?pushpress=hub'/>
		<item>
		<title>ย้ายบ้านมาอยู่ที่นี่แล้วครับผม</title>
		<link>http://akiragoabroad.wordpress.com/2009/11/15/moved/</link>
		<comments>http://akiragoabroad.wordpress.com/2009/11/15/moved/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 15 Nov 2009 23:46:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>vekin</dc:creator>
				<category><![CDATA[news]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://akiragoabroad.wordpress.com/?p=269</guid>
		<description><![CDATA[เป็นที่น่าเสียดายและน่าเสียใจที่ Bloggoo บ้านเก่าของผมจากไปโดยไม่ทราบสาเหตุ ตอนนี้ผมเลยย้ายมาลงหลักปักฐานที่ WordPress.com โดยหวังว่าคงไม่หายไปอีก (นะจ๊ะ) ตอนนี้ที่กู้มาได้เป็นBackupของ post,pageและcommentเป็นหลักนะครับ ลิงค์นี่หายสาปสูญไปสิ้น รวมทั้งภาพด้วย ผมจะพยายามกู้ให้บล็อกกลับมาสู่สภาพเดิม แต่ไม่ทราบเช่นกันว่าจะทำได้ขนาดไหน ตอนนี้คงต้องขอให้ทนกับสภาพ deadlinkที่พบอยู่ทั่วไปก่อน ช่วงนี้จนใจจะอัพอะไรใหม่จริงๆครับพราะยุ่งเหลือเกิน ทั้งที่รู้สึกว่ามีเรื่องที่น่าเล่าให้ฟังมากมาย มีโอกาสจะทะยอยเอามาลงนะครับ Akira7 ผู้ย้ายมาใหม่ Posted in news<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=akiragoabroad.wordpress.com&amp;blog=10337322&amp;post=269&amp;subd=akiragoabroad&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เป็นที่น่าเสียดายและน่าเสียใจที่ Bloggoo บ้านเก่าของผมจากไปโดยไม่ทราบสาเหตุ ตอนนี้ผมเลยย้ายมาลงหลักปักฐานที่ WordPress.com โดยหวังว่าคงไม่หายไปอีก (นะจ๊ะ)</p>
<p>ตอนนี้ที่กู้มาได้เป็นBackupของ post,pageและcommentเป็นหลักนะครับ ลิงค์นี่หายสาปสูญไปสิ้น รวมทั้งภาพด้วย ผมจะพยายามกู้ให้บล็อกกลับมาสู่สภาพเดิม แต่ไม่ทราบเช่นกันว่าจะทำได้ขนาดไหน ตอนนี้คงต้องขอให้ทนกับสภาพ deadlinkที่พบอยู่ทั่วไปก่อน</p>
<p>ช่วงนี้จนใจจะอัพอะไรใหม่จริงๆครับพราะยุ่งเหลือเกิน ทั้งที่รู้สึกว่ามีเรื่องที่น่าเล่าให้ฟังมากมาย มีโอกาสจะทะยอยเอามาลงนะครับ</p>
<p>Akira7 ผู้ย้ายมาใหม่</p>
<br />Posted in news  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/akiragoabroad.wordpress.com/269/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/akiragoabroad.wordpress.com/269/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/akiragoabroad.wordpress.com/269/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/akiragoabroad.wordpress.com/269/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/akiragoabroad.wordpress.com/269/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/akiragoabroad.wordpress.com/269/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/akiragoabroad.wordpress.com/269/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/akiragoabroad.wordpress.com/269/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/akiragoabroad.wordpress.com/269/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/akiragoabroad.wordpress.com/269/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/akiragoabroad.wordpress.com/269/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/akiragoabroad.wordpress.com/269/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/akiragoabroad.wordpress.com/269/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/akiragoabroad.wordpress.com/269/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=akiragoabroad.wordpress.com&amp;blog=10337322&amp;post=269&amp;subd=akiragoabroad&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://akiragoabroad.wordpress.com/2009/11/15/moved/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/c0a77bd72706326ee1b430e03525f59f?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">vekin</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Study Permit : Canada 2.0</title>
		<link>http://akiragoabroad.wordpress.com/2009/09/08/26studypermit_canada/</link>
		<comments>http://akiragoabroad.wordpress.com/2009/09/08/26studypermit_canada/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 07 Sep 2009 22:59:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>vekin</dc:creator>
				<category><![CDATA[articles]]></category>
		<category><![CDATA[canada]]></category>
		<category><![CDATA[study permit]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://akira7.bloggoo.com/?p=266</guid>
		<description><![CDATA[ตอนที่แล้วพูดถึงเรื่อง การเตรียมเอกสารสำหรับขอ Study Permit ไปแล้ว คราวนี้มาดูว่าพอได้มาแล้วเราจะทำยังไงต่อ กรอกแบบฟอร์มซะครับ แบบฟรอ์มที่ใช้มีอยู่สามแบบครับ - แบบฟอร์มขอ Study Permit - แบบฟอร์มสำหรับรายละเอียดญาติโกโหติกา - แบบฟอร์มมอบอำนาจ อันนี้กรณีเราไม่ได้ไปติดต่อด้วยตนเองครับ โดยทั่วไปก็กรอกเฉพาะสองแบบบน ซึ่งถ้าดาวน์โหลดโดยตรงจากเวปของสถานกงสุลจะได้มาเป็น PDFแบบกรอกได้ แนะนำว่าให้ใช้วิธีพิมพ์กรอกในแบบฟอร์มนั้นแล้ว print ครับ ไม่ใช้การเขียนเพราะมันอ่านยาก และก็ดูเป็นทางการน้อยกว่า เรื่องความเป็นทางการไม่เป็นทางการนี่ รุ่นพี่ผมแอบคอมเมนท์มาว่าสำคัญนะ การพิมพ์มาก่อนแสดงการเตรียมตัวที่ดีกว่า อาจส่งผลต่อ impression ต่อตัวเราด้วย(โดยเฉพาะถ้าโดนสัมภาษณ์) ดังนั้นพิมพ์ไปเถอะครับ ระวังด้วยว่าอาจบันทึกที่พิมพ์ไว้ไม่ได้ ดังนั้นกรุณาเช็คก่อนว่าเครื่องท่าน print งานได้จะได้ไม่เสียเวลากรอกซ้ำหลายที หลังจากทุกอย่างเรียบร้อยบริบูรณ์ เราก็รวบรวมเอกสารทั้งหมดที่ใช้ แล้วไปสถานกงสุลกัน สถานกงสุลแคนาดาอยู่บนชั้น &#8230; <a href="http://akiragoabroad.wordpress.com/2009/09/08/26studypermit_canada/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a><img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=akiragoabroad.wordpress.com&amp;blog=10337322&amp;post=266&amp;subd=akiragoabroad&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ตอนที่แล้วพูดถึงเรื่อง<a href="http://akira7.bloggoo.com/2009/08/25/25studypermit_canada/"> การเตรียมเอกสารสำหรับขอ Study Permit</a> ไปแล้ว คราวนี้มาดูว่าพอได้มาแล้วเราจะทำยังไงต่อ</p>
<h2>กรอกแบบฟอร์มซะครับ</h2>
<p>แบบฟรอ์มที่ใช้มีอยู่สามแบบครับ</p>
<p>- แบบฟอร์มขอ Study Permit<br />
- แบบฟอร์มสำหรับรายละเอียดญาติโกโหติกา<br />
- แบบฟอร์มมอบอำนาจ อันนี้กรณีเราไม่ได้ไปติดต่อด้วยตนเองครับ</p>
<p>โดยทั่วไปก็กรอกเฉพาะสองแบบบน ซึ่งถ้าดาวน์โหลดโดยตรงจากเวปของสถานกงสุลจะได้มาเป็น PDFแบบกรอกได้ แนะนำว่าให้ใช้วิธีพิมพ์กรอกในแบบฟอร์มนั้นแล้ว print ครับ ไม่ใช้การเขียนเพราะมันอ่านยาก และก็ดูเป็นทางการน้อยกว่า</p>
<p>เรื่องความเป็นทางการไม่เป็นทางการนี่ รุ่นพี่ผมแอบคอมเมนท์มาว่าสำคัญนะ การพิมพ์มาก่อนแสดงการเตรียมตัวที่ดีกว่า อาจส่งผลต่อ impression ต่อตัวเราด้วย(โดยเฉพาะถ้าโดนสัมภาษณ์)</p>
<p>ดังนั้นพิมพ์ไปเถอะครับ ระวังด้วยว่าอาจบันทึกที่พิมพ์ไว้ไม่ได้ ดังนั้นกรุณาเช็คก่อนว่าเครื่องท่าน print งานได้จะได้ไม่เสียเวลากรอกซ้ำหลายที</p>
<p>หลังจากทุกอย่างเรียบร้อยบริบูรณ์ เราก็รวบรวมเอกสารทั้งหมดที่ใช้</p>
<h2>แล้วไปสถานกงสุลกัน</h2>
<p>สถานกงสุลแคนาดาอยู่บนชั้น 15 ตึกอับดุลราฮีม บนถนนพระรามสี่ ตรงข้ามกับสวนลุมพินี ใกล้ป้ายรถเมล์มาก และข้างในก็ไฮเทคครับ ตั้งแต่ตึกไปเลย การขึ้นตึกต้องแลกบัตรที่เคาน์เตอร์ชั้นหนึ่งก่อนแล้วเขาจะให้บัตรผ่านเรามา ไม่ต้องติดเสื้อครับ เอาไว้แตะเปิดประตูไปขึ้นลิฟท์! เท่ห์มากครับขอบอก (หรือผมตื่นเต้นไปเอง)</p>
<p>แล้วพอโผล่ออกมาจากลิฟท์ก็จะมีเจ้าหน้าที่รออยู่แล้วครับ ก็แจ้งเขาไปว่าเรามาทำอะไร เขาจะออกบัตรคิวให้ มือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก็ฝากเขาไว้ (ปิดเครื่องด้วย) และตอนเข้าไปต้องสแกนกระเป๋าและตัวเราด้วยครับ</p>
<p>พอเข้าไปปุ๊บจะเป็นห้องรอขนาดย่อมๆ เจ้าหน้าที่จะอยู่ด้านหน้าในห้องกั้นกระจกเรียกหมายเลขของเราให้เราไปยื่นเอกสาร เขาจะตรวจสอบแล้วดึงเอกสารที่ไม่ใช้ออกคืนเรา จากนั้นก็ออกบัตรคิวสำหรับฟังผลในวันรุ่งขึ้นให้</p>
<p>การยื่นเอกสารของ study permit นี่ ทำได้ระหว่าง 7.30-10.00 น. เท่านั้นครับ และช่วงเวลานั้นก็ไม่ได้มีแต่ study permit อย่างเดียว ดังนั้นคนก็ไม่น้อยเลยครับ แต่ตอนผมไปรอดูเหมือนว่าคนจะมากันเยอะช่วง 8.30-9.00น. แนะนำว่าถ้าอยากได้บริการว่องไวไม่ต้องรอนานก็รีบไปเสียก่อน 8.30 น.จะดีมาก</p>
<p>หลังจากเขาดูเอกสารเราแล้ว เจ้าหน้าที่จะให้บัตรคิวสีชมพูเราใบหนึ่งครับพร้อมกับนัดให้เรามาฟังผลบ่ายวันรุ่งขึ้น บัตรนี้สำคัญมากให้เก็บไว้ดีๆเลยเพราะจะมีหมายเลขคำร้องของเราอยู่ การติดต่อเกี่ยวกับวีซ่าทั้งหมดจะทำโดยอ้างอิงหมายเลขนี้รวมถึงการรับวีซ่าด้วยนะครับ</p>
<h2>ฟังผล รอบ 1</h2>
<p>เป็นการฟังผลว่าเอกสารของเราผ่านหรือไม่ แค่เฉพาะเอกสารนะครับ อารมณ์คล้ายๆจะดูว่าที่เรายื่นมานี่เรามีเหตุผลอันควรและตัวเราเองมีความพร้อมหรือไม่ ถ้าเขามีข้อสงสัยอะไรต้องการสัมภาษณ์เพิ่มเติมเขาจะให้เราสัมภาษณ์วันนั้นเลย แล้วก็ดูว่าเอกสารจะผ่านหรือไม่ผ่าน</p>
<p>ตอนที่เขานัดเขาจะนัดเวลากว้างๆครับ คือ 13.30-15.45 น. แต่คนส่วนมากดูเหมือนจะมากันตอนบ่ายครึ่งครับ ผมเข้าไปบ่ายยี่สิบคนนั่งต่อคิวกันอยู่ซักสิบคน บ่ายครึ่งปั๊บคนล้นห้องเลยครับทีนี้</p>
<p>ในขั้นตอนนี้เจ้าหน้าที่จะขอให้เรานั่งเรียงตามลำดับแล้วเขาจะให้เราเดินแถวไปติดต่อ (ดูแปลกๆชอบกล แต่คนมันเยอะน่ะครับ) เราก็ยื่นใบชมพูของเราแล้วเขาก็จะเอาเอกสารของเราออกมาให้ ในกรณีที่เอกสารไม่ผ่านเจ้าหน้าที่จะคืนเอกสารให้พร้อมจดหมายอธิบายว่าทำไมถึงไม่ได้ แต่ถ้าผ่านจะให้จดหมายและแบบฟอร์มสำหรับตรวจร่างกายมาพร้อมสำเนาpassport ในจดหมายนั้นจะระบุนายแพทย์และสถานพยาบาลที่เราจะต้องไปเพื่อการตรวจร่างกาย</p>
<h2>ไปตรวจร่างกาย (กับนายแพทย์ที่ระบุไว้)</h2>
<p>ครับ ได้ยินถูกแล้วครับ เขาจะระบุนายแพทย์และสถานพยาบาลที่เราต้องไปตรวจครับผม ซึ่งของ study permit สามารถตรวจได้สี่ที่คือ</p>
<p>นพ. Peter Comer<br />
Bangkok Nursing Home ถนนคอนแวนต์(เป็นถนนเชื่อมระหว่างสาทรกับสีลมครับ สามารถหาดูได้บน Google Map) กทม.</p>
<p>นพ. Kanwar Singh<br />
Bangkok General Hospital (โรงพยาบาลกรุงเทพ) ซ.ศูนย์วิจัย7 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ กทม.</p>
<p>นพ. ฟิลิปป์ พลางกูร<br />
P.S.E. Clinic ถนนเรศ ย่านสุรวงศ์ กทม.</p>
<p>นพ. จรัส และ พญ. วรรณจันทร์ พิมพ์พิไล<br />
คลินิควรรณจันทร์-จรัส 82/1 ถ.ชัยภูมิ (ตรงข้ามตลาดสมเพชร) เชียงใหม่</p>
<p>เนื่องจากผมไม่ได้คิดจะบินไปเชียงใหม่ และโดยส่วนตัวผมอยากจะตรวจโรงพยาบาลมากกว่าเพราะอุปกรณ์เขาน่าจะครบครันกว่า ผมเลยตัดตัวเลือกที่สามและสี่ออกไป คราวนี้ก็เหลือ BNH กับรพ.กรุงเทพ สืบๆดูตามเวปบอร์ดเห็นคนอ้างอิงว่ารพ.กรุงเทพค่าใช้จ่ายต่ำกว่า (ถ้าลองเข้าเวปของทั้งรพ.กรุงเทพและBNHแล้วลองดูค่าห้องพัก จะรู้สึกว่าข้อมูลในเวปบอร์ดนั้นน่าจะเชื่อถือได้มากทีเดียวครับ) ผมก็เลยตัดสินใจไปตรวจที่รพ.กรุงเทพ</p>
<p>ระหว่างที่หาข้อมูลบนอินเตอร์เน็ตผมก็ไปเจอเข้ากับเวปบริการตรวจร่างกายทำวีซ่าของรพ.กรุงเทพ ผมแนะนำว่าคนที่จะไปตรวจที่นี่ลองอ่านดูหน่อยแล้วกันนะครับ</p>
<p><a href="http://www.bangkokhospital.com/tha/HealthyCheckingVISA.aspx">http://www.bangkokhospital.com/tha/HealthyCheckingVISA.aspx</a></p>
<p>สิ่งที่ต้องเอาไปด้วยสำหรับรพ.กรุงเทพ (เพราะผมทราบอยู่ที่เดียว) คือเอาเอกสารชุดที่ได้มาจากสถานทูตโดยไม่ต้องดึงอะไรออก กับรูปถ่าย 2 ใบ (ก็ชุดเดียวกับที่ใช้ทำวีซ่าแหละครับสำหรับของผม) และก่อนไปก็โทรศัพท์เข้าไปนัดหมายล่วงหน้าที่ เบอร์ 1719  อย่างน้อยก็เพื่อให้แน่ใจว่าคุณหมอเข้าเวรในวันที่เราจะไป แม้ว่าบนเวป.ของโรงพยาบาลจะมีเวลาเข้าเวรของคุณหมออยู่ แต่อย่าลืมว่าอาจมีเหตุลากิจ ไปประชุม หรืออะไรทำนองนั้นได้นะครับ</p>
<p>ตอนที่ผมพูดคุยกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล เขาขอนัดเป็นตอนเช้า 9 โมงครับด้วยเหตุผลว่าการตรวจร่างกายสำหรับวีซ่าแคนาดานั้นใช้เวลานานพอสมควร แต่ส่วนที่ดีคือไม่ต้องอดอาหารไปครับ</p>
<p>การไปโรงพยาบาลกรุงเทพก็ค่อนข้างง่ายสำหรับผมเพราะใช้แค่เส้นเพชรบุรีต่อเพชรบุรีตัดใหม่วิ่งตรงไปเรื่อยๆก็ถึงแล้ว ตัวโรงพยาบาลจะอยู่ในซ.เพชรบุรี 47 ปากซอยเป็นศูนย์การแพทย์ใหม่ของโรงพยาบาลกรุงเทพดังนั้นลงรถเมล์ได้ง่ายไม่หลงป้ายแน่นอน</p>
<p>ที่ๆเราจะไปตรวจคือแผนกการให้บริการทางการแพทย์นานาชาติในอาคารโรงพยาบาลวัฒโนสถ ที่นั่นเขาจะมีเอกสารอื่นๆที่เราต้องกรอกเพิ่มเติมสำหรับการตรวจแต่ละอย่าง กรอกประวัติการเจ็บป่วย เอกสารเหล่านี้จะถูกส่งไปที่ศูนย์บริการการแพทย์ของสำนักข้าหลวงใหญ่แคนาดาที่สิงคโปร์ (ถ้าผมแปลไม่ผิดนะครับ) นอกจากนี้จะ student pilot form อีกหนึ่งฉบับซึ่งส่งไปสถานทูตแคนาดาในไทยภายในวันนั้น</p>
<p>เสร็จสรรพผมใช้เวลาอยู่ที่รพ.กรุงเทพประมาณสองชั่วโมงก็เรียบร้อย ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 3,095 บาท</p>
<h2>ที่นี่ก็รอผล รอบ 2</h2>
<p>ต่อไปก็เป็นขั้นตอนการรอที่แสนทรมานแล้วล่ะครับ จริงๆถ้าผลตรวจร่างกายไม่มีปัญหาก็ไม่มีอะไรน่าห่วงครับ รอซักสัปดาห์เขาจะโทรศัพท์มาแจ้งเราว่าvisaเสร็จแล้วให้เข้ามารับที่สถานกงสุลช่วงบ่าย ผมบังเอิญแจ็กพอตเขาโทร.มาวันศุกร์เที่ยงซึ่งตอนบ่ายวันศุกร์สถานทูตจะปิด ดังนั้นก็เลยต้องรอไปถึงวันจันทร์ แต่อย่างน้อยก็รู้แล้วล่ะครับว่าได้ชัวร์ไม่มีปัญหา</p>
<h2>เอกสารที่ได้</h2>
<p>เอกสารที่เขาให้เรามาจะเป็น entry visa กับจดหมายหนึ่งฉบับซึ่งเราจะต้องยื่นตอนเข้าประเทศพร้อมเอกสารต่อไปนี้ครับ</p>
<p>-จดหมายตอบรับจากมหาวิทยาลัย(ตัวจริง)<br />
-หลักฐานทางการเงิน ในกรณีของผมก็คือจดหมายทุน (ตัวจริง)</p>
<p>ประมาณว่า ที่เราได้มายังไม่ใช่ study permit ตัวจริง ตัวจริงเราจะได้เมื่อเดินทางถึงแคนาดาแล้วยื่นเอกสารเหล่านี้ให้เจ้าหน้าที่เขา ดังนั้นเอกสารข้างต้นต้องอยู่ติดตัวตอนที่เราเข้าประเทศนะครับ</p>
<h3>ส่วนตอนได้ตัวจริงมาแล้วเป็นอย่างไร</h3>
<h3>ไปถึงแล้วผมจะบอกครับ</h3>
<br />Posted in articles Tagged: canada, study permit <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/akiragoabroad.wordpress.com/266/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/akiragoabroad.wordpress.com/266/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/akiragoabroad.wordpress.com/266/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/akiragoabroad.wordpress.com/266/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/akiragoabroad.wordpress.com/266/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/akiragoabroad.wordpress.com/266/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/akiragoabroad.wordpress.com/266/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/akiragoabroad.wordpress.com/266/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/akiragoabroad.wordpress.com/266/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/akiragoabroad.wordpress.com/266/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/akiragoabroad.wordpress.com/266/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/akiragoabroad.wordpress.com/266/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/akiragoabroad.wordpress.com/266/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/akiragoabroad.wordpress.com/266/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=akiragoabroad.wordpress.com&amp;blog=10337322&amp;post=266&amp;subd=akiragoabroad&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://akiragoabroad.wordpress.com/2009/09/08/26studypermit_canada/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/c0a77bd72706326ee1b430e03525f59f?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">vekin</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>How to get Study Permit : Canada ว่าด้วยวีซ่านักเรียนครับผม</title>
		<link>http://akiragoabroad.wordpress.com/2009/08/25/25studypermit_canada/</link>
		<comments>http://akiragoabroad.wordpress.com/2009/08/25/25studypermit_canada/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 25 Aug 2009 05:56:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>vekin</dc:creator>
				<category><![CDATA[articles]]></category>
		<category><![CDATA[canada]]></category>
		<category><![CDATA[study permit]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://akira7.bloggoo.com/?p=264</guid>
		<description><![CDATA[อย่างที่เรียนให้ทราบ ผมขอ study permit เข้าประเทศแคนาดาสำเร็จเรียบร้อยบริบูรณ์แล้วครับ แต่กว่าจะได้ก็เล่นเอาลุ้นระทึกทีเดียว หลังจากเรื่องวุ่นวายผมก็ตั้งใจว่าจะกลับมาเล่าให้ฟังว่าขั้นตอนเป็นอย่างไรบ้าง เพราะถ้าถามผมละก็ อ่านบนเวปไซต์ ตอนคุยกับเจ้าหน้าที่ หรือตอนทำจริงๆมันไม่เหมือนกันซักเท่าไหร่ ไม่ใช่ในแง่ขั้นตอนหรืออะไรแบบนั้นนะครับ แต่ความคาดหวังมากกว่า ในฐานะคนข้างนอกประเทศเขาก็ยอมครับว่าเกร็ง มีความรู้สึกว่าถ้าตูเหยียบเส้นเหลืองไม่ให้ข้ามวีซ่าตูต้องไม่ผ่านแน่นอน (อันนี้เปรียบเทียบเอาฮานะครับ) แต่ในความเป็นจริงมันต่างจากนั้นค่อนข้างเยอะ หรืออาจเพราะผมยังไม่คุ้นเคยกับความคิดของประเทศนี้ ซึ่งค่อนข้างอะลุ่มอะล่วยได้ ไม่เคยเจอครับ ตกใจ เอาล่ะครับ อารัมภบทพอสมควร ต่อไปผมจะอธิบายขั้นตอนคร่าวๆของการทำ Study Permit ก่อน ขั้นตอนการทำวีซ่า ไม่ว่าที่ไหน โดยคร่าวๆก็จะมีขั้นตอนตามนี้ครับ -เตรียมเอกสาร -กรอกแบบฟอร์มคำร้องและยื่นเอกสาร -สัมภาษณ์ -ตรวจร่างกาย -รอผล สำหรับแต่ละประเทศการลำดับขั้นตอนจะต่างกัน บางขั้นอาจจะไม่มีไปเลยก็ได้ขึ้นกับแต่ละที่ สำหรับที่แคนาดา ขั้นตอนเป็นอย่างนี้ครับ เอาล่ะทีนี้ก็พอทราบกระบวนการคร่าวๆแล้ว &#8230; <a href="http://akiragoabroad.wordpress.com/2009/08/25/25studypermit_canada/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a><img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=akiragoabroad.wordpress.com&amp;blog=10337322&amp;post=264&amp;subd=akiragoabroad&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>อย่างที่เรียนให้ทราบ ผมขอ study permit เข้าประเทศแคนาดาสำเร็จเรียบร้อยบริบูรณ์แล้วครับ แต่กว่าจะได้ก็เล่นเอาลุ้นระทึกทีเดียว</p>
<p>หลังจากเรื่องวุ่นวายผมก็ตั้งใจว่าจะกลับมาเล่าให้ฟังว่าขั้นตอนเป็นอย่างไรบ้าง เพราะถ้าถามผมละก็ อ่านบนเวปไซต์ ตอนคุยกับเจ้าหน้าที่ หรือตอนทำจริงๆมันไม่เหมือนกันซักเท่าไหร่ ไม่ใช่ในแง่ขั้นตอนหรืออะไรแบบนั้นนะครับ แต่ความคาดหวังมากกว่า</p>
<p>ในฐานะคนข้างนอกประเทศเขาก็ยอมครับว่าเกร็ง มีความรู้สึกว่าถ้าตูเหยียบเส้นเหลืองไม่ให้ข้ามวีซ่าตูต้องไม่ผ่านแน่นอน (อันนี้เปรียบเทียบเอาฮานะครับ) แต่ในความเป็นจริงมันต่างจากนั้นค่อนข้างเยอะ</p>
<p>หรืออาจเพราะผมยังไม่คุ้นเคยกับความคิดของประเทศนี้ ซึ่งค่อนข้างอะลุ่มอะล่วยได้ ไม่เคยเจอครับ ตกใจ</p>
<p>เอาล่ะครับ อารัมภบทพอสมควร ต่อไปผมจะอธิบายขั้นตอนคร่าวๆของการทำ Study Permit ก่อน</p>
<p>ขั้นตอนการทำวีซ่า<br />
ไม่ว่าที่ไหน โดยคร่าวๆก็จะมีขั้นตอนตามนี้ครับ</p>
<p>-เตรียมเอกสาร<br />
-กรอกแบบฟอร์มคำร้องและยื่นเอกสาร<br />
-สัมภาษณ์<br />
-ตรวจร่างกาย<br />
-รอผล</p>
<p>สำหรับแต่ละประเทศการลำดับขั้นตอนจะต่างกัน บางขั้นอาจจะไม่มีไปเลยก็ได้ขึ้นกับแต่ละที่</p>
<p>สำหรับที่แคนาดา ขั้นตอนเป็นอย่างนี้ครับ</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-265" title="studypermit_map" src="http://akira7.bloggoo.com/files/2009/08/studypermit_map.jpg" alt="studypermit_map" width="313" height="668" /></p>
<p>เอาล่ะทีนี้ก็พอทราบกระบวนการคร่าวๆแล้ว ผมจะลงรายละเอียดแต่ละขั้นไปนะครับ</p>
<h2><strong>เตรียมเอกสาร</strong></h2>
<p>เราต้องการขอstudy permitเพื่อไปเรียนต่อ ดังนั้นเอกสารที่ต้องเตรียมก็เพื่อแสดงว่าเราจะไปเรียนจริงๆ มีที่เรียนแล้ว และไม่ได้ตั้งใจจะลักลอบเข้าประเทศนะ<br />
<strong><br />
- แบบฟอร์มขอ Study Permit</strong></p>
<p>แบบฟอร์มและรายละเอียดสามารถหาได้ที่เวปไซต์นี้ครับ</p>
<p><a href="http://www.canadainternational.gc.ca/thailand-thailande/visas/study_permits-permis_etudes_thai.aspx?lang=eng">http://www.canadainternational.gc.ca/thailand-thailande/visas/study_permits-permis_etudes_thai.aspx?lang=eng</a></p>
<p>ก็ดาวน์โหลดเอกสารที่จำเป็นลงมาเก็บไว้ในเครื่องเราแล้วดูรายละเอียดว่าเขาต้องการเอกสารอะไรเพิ่มเติมบ้าง ไม่งั้นก็อ่านต่อไปด้านล่างครับ</p>
<p><strong>- ค่าธรรมเนียมการขอ Study Permit</strong></p>
<p>ราคาเป็นเงินไทยสถานทูตจะเป็นผู้กำหนดครับ ตอนนี้อยู่ที่ 3,750 บาท แต่ยังไงควรตรวจสอบค่าธรรมเนียมล่าสุดอีกที โดยสถานทูตจะรับเป็น Cashier Check หรือ Draft ของผมใช้เป็น Cashier Check จริงๆถ้าลืมชั้นล่างของอาคารอับดุลรอฮีมมีธนาคารกรุงเทพกับไทยพาณิชย์ไว้เผื่อฉุกเฉิน</p>
<p><strong>-passport (และสำเนา)</strong></p>
<p>แนะนำว่าควรมีอายุครอบคลุมเวลาที่เราจะไปเรียน เพราะเขาจะให้ permit เราโดยดูระยะเวลาบนpassport เราด้วย จริงๆตอนเราเรียนอยู่แล้ว study permit เราจะหมดเราก็ขอต่อได้ครับ แต่ขั้นตอนจะเสียเวลามากเพราะต้องยื่นเรื่องไปสถานกงสุลนอกประเทศแคนาดาอีกต่างหาก ยังไม่นับว่าถ้า passportเราหมด เราต้องไปตามหาสถานกงสุลไทยใกล้ๆเพื่อเดินทางไปทำpassportใหม่อีกต่างหาก (passport ปัจจุบันยื่นเรื่องขอทางจดหมายไม่ได้ครับ)</p>
<p>ในกรณีผม บังเอิญว่า passport ผมอยู่ไม่ถึงสองปีซึ่งเป็นระยะเวลาขั้นต่ำในการจบปริญญาโท ผมจึงทำการยกเลิกเล่มเก่าแล้วขอเล่มใหม่ วิธีก็ง่ายครับ แค่เตรียมบัตรประจำตัวประชาชนและpassport เล่มเก่าไปสถานกงสุลยื่นเรื่องขอpassportเหมือนปกติ แล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าเราต้องการยกเลิกเล่มเก่าด้วย เขาจะจัดการให้เลยครับ</p>
<p><strong>- รูปถ่ายขนาด 3.5&#215;4.5 cm หรือ 1.37&#215;1.77 นิ้ว ฉากขาว ห้ามมีเงา ห้ามยิ้ม ห้ามบึ้ง จำนวน 4 ใบ</strong></p>
<p>อันนี้บอกร้านถ่ายภาพว่าถ่ายภาพวีซ่าแคนาดาเขาก็พอรู้แล้วล่ะครับว่าต้องถ่ายให้ยังไง แต่จำไว้เผื่อเขาถามเช็คหน่อยก็ดีครับ จะได้ไม่เสียตังค์หลายรอบ</p>
<p><strong>- จดหมายตอบรับจากมหาวิทยาลัยที่แคนาดา</strong> (Accepting Letter หรือ Letter of Admission) (และสำเนา)</p>
<p>อย่างที่ผมเอ่ยถึงใน[บทความเรื่องAgency] ว่า Accepting Letter ไม่ใช่จดหมายที่บอกว่ารับแล้วจ๊ะ แต่อย่างเดียว เพียงแค่แสดงเจตจำนงค์ว่าจะรับนักศึกษาคนนี้เข้าศึกษาต่อก็พอแล้ว โดยเนื้อหาในจดหมายจะต้องระบุ</p>
<p>ชื่อนักศึกษา(คือเรานั่นแหละ)/หลักสูตร/ระยะเวลาของหลักสูตร วันเริ่มวันจบ/ที่อยู่/ระดับของการศึกษา</p>
<p>จดหมายพวกนี้ไม่ได้มีแบบฟอร์มตายตัว แต่ขอเพียงระบุว่าเราชื่ออะไรจะไปเรียนอะไรเมื่อไหร่ก็พอแล้วครับ จะระบุเงื่อนไขการรับเข้าหรือไม่มีก็ได้ทั้งสิ้น (ซึ่งอันนี้คือจุดที่ทำให้ผมงง เพราะถ้ามันมีเงื่อนไข เจ้าหน้าที่จะรู้ได้อย่างไรว่าเราไปเพื่อเรียนแน่ๆ แต่เอาเป็นว่ามันใช้ได้ก็แล้วกัน)</p>
<p><strong>-หลักฐานการศึกษา จากฝั่งไทย</strong> อันได้แก่ Transcript/ใบรับรองวุฒิ/ใบปริญญาบัตร (และสำเนา)</p>
<p>อันนี้คงเพื่อเช็คว่าเรามีวุฒิตรงตามที่สามารถให้เขาศึกษาต่อแล้วหรือยัง ก็จัดไปตามที่มีครับ</p>
<p><strong>- หลักฐานการเงิน</strong> (อันนี้ตัวจริงก็พอ ไม่ต้องสำเนา) ที่ต้องใช้มี statementจากธนาคารหรือสมุดคู่ฝาก/จดหมายรับทุน(อันนี้เอาสำเนาด้วย)/จดหมายรับรองการทำงานจากนายจ้างหรือจดหมายรับรองการจดทะเบียนการค้า</p>
<p>อันนี้ก็เพื่อเช็คว่ามีตังค์จะเรียนหรือเปล่าครับ เพราะเวลาของ study permit เขาก็อยากได้คนที่จะไปเรียนจริงๆ ไม่ใช่ไปทำงานเก็บตังค์ (แม้ว่าคนที่ไปเรียนจริงจังก็อาจจะต้องคิดถึงoptionการทำงานเก็บตังค์อยู่บ้างก็ตาม แต่อันนี้ไว้พูดถึงวันหลังแล้วกันนะครับ)</p>
<p>ดังนั้นในฐานะที่ผมยังไม่ได้ทำงาน ผมก็ต้องการผู้รับผิดชอบทางการเงิน คือบุพการีผมเองแหละครับ และเพื่อยืนยันว่ามีเงินเข้ามาเรื่อยๆ จึงต้องยื่นจดหมายรับรองการทำงาน (ซึ่งจะออกโดยนายจ้างกรณีเป็นลูกจ้าง หรือจดหมายรับรองการจดทะเบียนการค้าในกรณีเป็นนายจ้างเอง)</p>
<p>ผมไม่ทราบเหมือนกันว่าการขอจดหมายรับรองการจดทะเบียนการค้าใช้เวลากี่วัน (ใครทราบรบกวนด้วยครับ) ส่วนจดหมายรับรองการทำงานคงต้องแล้วแต่นายจ้างว่าใช้เวลาเท่าไหร่ ดังนั้นนี่เป็นเอกสารอย่างหนึ่งที่ควรจะรีบเตรียมเสียแต่เนิ่นๆนะครับ</p>
<p>- กรณีอายุ 18 ปีขึ้นไปต้องมี <strong>Clearance Certificate</strong> (ผมเรียกเอาเองว่าหนังสือรับรองประวัติ) <strong>ออกโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ</strong></p>
<p>เป็นเอกสารที่รับรองว่าเราไม่มีประวัติอาชญากรรมอันส่อว่าจะไปก่อความปวดเศียรเวียนเกล้าให้ตำรวจประเทศเขา แต่ก็เป็นชิ้นที่ต้องใช้เวลาเตรียมนานอยู่ครับ คือราวๆ 10 วันทำการ (ไม่นับวันที่ไปยื่นคำร้องและวันนัดรับนะครับ) หรือตีไปเลยว่าสองสัปดาห์นิดๆ ดังนั้นอันนี้ต้องรีบเตรียมก่อนเพื่อน</p>
<p>เอกสารในการยื่นขอมีดังนี้ครับ<br />
- บัตรประจำตัวประชาชน+สำเนา<br />
- passport+สำเนา<br />
- ทะเบียนบ้าน+สำเนา<br />
- จดหมายตอบรับเข้าเรียนจากต่างประเทศ+สำเนา<br />
- ใบรับรองวุฒิการศึกษาจากในประเทศ+สำเนา</p>
<p>(ง่ายๆคือสำเนามันทุกอย่างครับ)</p>
<p>เตรียมเอกสารเรียบร้อยก็เดินทางไปขอที่อาคาร 24 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนอังรีดูนัง ใกล้ๆสยามแสควร์ ถ้าไปรถไฟฟ้าก็ลงสถานีสยามเดินออกประตูริมสุดฝั่งสยามพารากอน เดินสะพานลอยข้ามถนนอังรีดูนังแล้วค่อยลง ตรงมาเรื่อยๆถึงป้ายขนาดใหญ่ของกองสอบสวนกลางก็เดินเข้าประตูขวา (ประตูสุดท้ายก่อนถึงโรงพยาบาลตำรวจครับ ถ้าถึงโรงพยาบาลตำรวจก็แปลว่าเลยแล้วล่ะครับ) หลังจากนั้นก็เดินไปเรื่อยตรงไปด้านในสุด</p>
<p>ถ้าอ่านแล้วมึน ไปตรงหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้วถามคุณตำรวจแถวนั้นเอาก็ได้ครับ</p>
<p>ไปถึงอาจจะงงเล็กน้อยเพราะที่อาคารมีสองประตู เข้าไปประตูกระจกด้านขวา ก็จะมีคุณตำรวจช่วยตรวจสอบเอกสารที่เราเอามาที่ประชาสัมพันธ์ ถ้าครบถ้วนก็จะให้แบบฟอร์มเรามาสองใบ ใบหนึ่งจะสำหรับพิมพ์ลายนิ้วมือ อีกใบให้กรอกข้อมูลของเราให้เรียบร้อย กรอกเอกสารแล้วก็จะพิมพ์ลายนิ้วมือ ถ่ายภาพ แล้วก็ยื่นเอกสารพร้อมจ่ายค่าธรรมเนียม(100 บาทกรณีขอเพื่อใช้เรียนต่อ) แล้วทางนั้นเขาจะออกใบนัดเรามารับเอกสารอีกที</p>
<h3>เตรียมอะไรก่อนเตรียมอะไรหลัง</h3>
<p>เพื่อความสะดวกในการวางแผน ผมจะสรุปเอกสารที่ควรเตรียมตามลำดับนะครับ คิดหลังจากได้จดหมายตอบรับจากมหาวิทยาลัยทางโน้นแล้ว</p>
<p>1. Clearance Certificate/ใบรับรองการทำงาน/หลักฐานการศึกษา<br />
ขอราวสองหรือสามอาทิตย์ล่วงหน้าจะดีมาก เพราะClearance Certificate จะใช้เวลาสองสัปดาห์กว่า (ขอย้ำอีกครั้ง) ส่วนหลักฐานการศึกษาการขอก็คงแล้วแต่สถาบัน แต่ก็ควรจะเผื่อเวลาล่วงหน้าซักสัปดาห์อยู่ดี<br />
2. Passport อันนี้ถ้ารับเองจะได้ในสามวัน ถ้าให้ส่งไปรษณีย์จะใช้เวลาราวหนึ่งสัปดาห์<br />
3. ถ่ายภาพ อันนี้แล้วแต่ร้าน แต่เดี๋ยวนี้ก็มีถ่ายภาพด่วนคุณภาพดีในครึ่งชั่วโมง ดังนั้นแล้วแต่วางแผนครับ<br />
4. Statement/Casheir Check ขอที่ธนาคารใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ได้แล้วครับถ้าคิวไม่ยาว<br />
5. หลักฐานการเงินที่เป็นสมุดคู่ฝากก็อัพเดทกับตู้อัตโนมัติก็เสร็จแล้ว</p>
<h3>แล้วถ้าเอกสารไม่ครบล่ะ</h3>
<p>กรณีของผมคือ Clearance Certificate ออกช้ากว่าที่อยากได้ ที่เพิ่งมาทราบเอาวันไปสถานกงสุลคือสามารถยื่นเรื่องของ study permit เพื่อรับเอกสารสำหรับการตรวจร่างกายก่อนได้ ส่วนที่ไม่ครบก็ค่อยยื่นทีหลังระหว่างรอผลตรวจก็ได้ครับ</p>
<p>อันนี้ผมไม่คิดว่าสามารถทำได้สำหรับเอกสารทุกชิ้น ถ้าเทียบกับชิ้นอื่นๆก็ต้องบอกว่า Clearance Certificate ออกแนวเป็นหลักฐานประกอบ ไม่ได้สำคัญมากนักจึงเอาไว้ทีหลังได้ (หลายประเทศก็ไม่ดูครับ) ของอย่างจดหมายตอบรับ เอกสารการเงิน หรือ passport ซึ่งเป็นตัวหลักอาจจะทำไม่ได้ก็เป็นได้ ซึ่งทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับนโยบายทางโน้นครับ</p>
<p>ที่อยากจะเตือนซักนิด คือสถานกงสุลประเทศอื่นๆอาจไม่ได้อะลุ่มอะล่วยเท่านี้ ขอยกตัวอย่างของอังกฤษจะให้บริษัทเอกชนเป็นคนรับเอกสารให้ ไม่มีทางที่เราจะติดต่อสถานทูตโดยตรงยกเว้นเขาติดต่อเรา ดังนั้นเอกสารไม่สามารถยื่นเพิ่มเติมได้ ต้องพร้อมมากกรณีของแคนาดามากครับ</p>
<p>ไว้คราวหน้าผมจะพูดถึงเรื่องการยื่นเอกสาร รวมทั้งที่ตั้งและหน้าตาของสถานกงสุลแคนาดานะครับ</p>
<br />Posted in articles Tagged: canada, study permit <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/akiragoabroad.wordpress.com/264/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/akiragoabroad.wordpress.com/264/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/akiragoabroad.wordpress.com/264/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/akiragoabroad.wordpress.com/264/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/akiragoabroad.wordpress.com/264/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/akiragoabroad.wordpress.com/264/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/akiragoabroad.wordpress.com/264/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/akiragoabroad.wordpress.com/264/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/akiragoabroad.wordpress.com/264/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/akiragoabroad.wordpress.com/264/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/akiragoabroad.wordpress.com/264/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/akiragoabroad.wordpress.com/264/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/akiragoabroad.wordpress.com/264/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/akiragoabroad.wordpress.com/264/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=akiragoabroad.wordpress.com&amp;blog=10337322&amp;post=264&amp;subd=akiragoabroad&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://akiragoabroad.wordpress.com/2009/08/25/25studypermit_canada/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/c0a77bd72706326ee1b430e03525f59f?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">vekin</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://akira7.bloggoo.com/files/2009/08/studypermit_map.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">studypermit_map</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Agency V.S. Me-gency : สมัครเรียนผ่านเอเจนส์หรือตะลุยเดี่ยว</title>
		<link>http://akiragoabroad.wordpress.com/2009/07/20/24agency/</link>
		<comments>http://akiragoabroad.wordpress.com/2009/07/20/24agency/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 20 Jul 2009 07:28:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>vekin</dc:creator>
				<category><![CDATA[articles]]></category>
		<category><![CDATA[สมัครเรียนต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[education agency]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://akira7.bloggoo.com/?p=260</guid>
		<description><![CDATA[ตอนนี้ผมอยู่ในขั้นตอนการขอวีซ่าสำหรับไปเรียนต่อที่แคนาดาอยู่ ในช่วงขั้นตอนนี้แหละครับที่ทำให้ผมได้ผจญภัยมากมายกับเรื่องราวของเอกสารที่แสนจะยุ่งเหยิง และทำให้ได้รู้ว่าผมไม่รู้อะไรบ้าง (งง มั้ยครับ งงอ่านประโยคเมื่อครู่นี้อีกรอบ) และที่สำคัญที่สุดคือการได้เห็นข้อดีข้อเสียของการลุยสมัครเองแบบนี้ ผมไม่เคยให้เอเจนส์ที่ไหนช่วย อย่างมากที่สุดก็คือเข้าไปที่ศูนย์ศึกษาต่อแคนาดาแค่ครั้งเดียวเพื่อสอบถามเรื่องวีซ่า ที่เหลือเป็นเรื่องที่ผมต้องจัดการเองทั้งสิ้น เหนื่อยมั้ย เหนื่อนแน่ครับ แต่เหนื่อยมันก็แค่เรื่องเดียวเท่านั้นจากจำนวนเรื่องทั้งหมดที่ผมต้องเจอ สมัครผ่านเอเจนส์ ดีกว่าที่&#8230;.. เรื่องสำคัญของการให้เอเจนส์ช่วยคือเราไม่ต้องจัดการเรื่องทั้งหมดด้วยตัวเอง จริงมั้ยครับ เขาสามารถช่วยติดต่อมหาวิทยาลัยให้ได้ ตามข่าวให้เราได้ ดำเนินการส่งเอกสารและช่วยตามเราว่ามีอะไรที่ต้องทำอีกบ้าง นั่นคือเขาช่วยลดทอนแรง เวลาและพลังงานของเราที่ต้องทุ่มให้เรื่องนี้ลง เรื่องที่สอง ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญกว่าคือเขามีความเชี่ยวชาญในการสมัครเรียน เขารู้จักระบบของมหาวิทยาลัยต่างประเทศดีกว่าเรา เข้าใจระบบการศึกษาของประเทศนั้นๆ ติดตามการเปลี่ยนแแปลงเทรนด์ต่างๆ เขารู้จักเอกสารทุกชิ้นที่ต้องใช้ และรู้ว่าหน้าตาของมันเป็นอย่างไร เรื่องนี้เป็นประสบการณ์ของผมเอง เป็นการปล่อยไก่ส่วนตัวที่ส่งผลให้เกิดการใจหายใจคว่ำกันในโค้งสุดท้ายนี้ คือเรื่อง วีซ่า ผมยังไม่ได้ขอวีซ่าสำหรับเรียนต่อที่โน้น ทำไมน่ะเหรอครับ ผมไม่รู้ว่าผมมีทุกอย่างพร้อมอยู่ตั้งแต่เดือนที่แล้ว! ผมคิดว่าคำว่าจดหมายตอบรับ หมายถึงจดหมายที่ระบุว่าทางโน้นรับเราเข้าเรียนแล้ว ซึ่งถูกแค่ครึ่งเดียว ความจริงมันไม่ได้จำเป็นต้องเขียนว่ารับแล้วก็ได้ &#8230; <a href="http://akiragoabroad.wordpress.com/2009/07/20/24agency/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a><img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=akiragoabroad.wordpress.com&amp;blog=10337322&amp;post=260&amp;subd=akiragoabroad&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ตอนนี้ผมอยู่ในขั้นตอนการขอวีซ่าสำหรับไปเรียนต่อที่แคนาดาอยู่</p>
<p>ในช่วงขั้นตอนนี้แหละครับที่ทำให้ผมได้ผจญภัยมากมายกับเรื่องราวของเอกสารที่แสนจะยุ่งเหยิง และทำให้ได้รู้ว่าผมไม่รู้อะไรบ้าง (งง มั้ยครับ งงอ่านประโยคเมื่อครู่นี้อีกรอบ)</p>
<p>และที่สำคัญที่สุดคือการได้เห็นข้อดีข้อเสียของการลุยสมัครเองแบบนี้ ผมไม่เคยให้เอเจนส์ที่ไหนช่วย อย่างมากที่สุดก็คือเข้าไปที่ศูนย์ศึกษาต่อแคนาดาแค่ครั้งเดียวเพื่อสอบถามเรื่องวีซ่า ที่เหลือเป็นเรื่องที่ผมต้องจัดการเองทั้งสิ้น</p>
<p>เหนื่อยมั้ย เหนื่อนแน่ครับ แต่เหนื่อยมันก็แค่เรื่องเดียวเท่านั้นจากจำนวนเรื่องทั้งหมดที่ผมต้องเจอ<br />
<strong><br />
</strong></p>
<h2><strong> สมัครผ่านเอเจนส์ ดีกว่าที่&#8230;..</strong></h2>
<p>เรื่องสำคัญของการให้เอเจนส์ช่วยคือเราไม่ต้องจัดการเรื่องทั้งหมดด้วยตัวเอง จริงมั้ยครับ เขาสามารถช่วยติดต่อมหาวิทยาลัยให้ได้ ตามข่าวให้เราได้ ดำเนินการส่งเอกสารและช่วยตามเราว่ามีอะไรที่ต้องทำอีกบ้าง นั่นคือเขาช่วยลดทอนแรง เวลาและพลังงานของเราที่ต้องทุ่มให้เรื่องนี้ลง</p>
<p>เรื่องที่สอง ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญกว่าคือเขามีความเชี่ยวชาญในการสมัครเรียน เขารู้จักระบบของมหาวิทยาลัยต่างประเทศดีกว่าเรา เข้าใจระบบการศึกษาของประเทศนั้นๆ ติดตามการเปลี่ยนแแปลงเทรนด์ต่างๆ เขารู้จักเอกสารทุกชิ้นที่ต้องใช้ และรู้ว่าหน้าตาของมันเป็นอย่างไร</p>
<p>เรื่องนี้เป็นประสบการณ์ของผมเอง เป็นการปล่อยไก่ส่วนตัวที่ส่งผลให้เกิดการใจหายใจคว่ำกันในโค้งสุดท้ายนี้ คือเรื่อง วีซ่า ผมยังไม่ได้ขอวีซ่าสำหรับเรียนต่อที่โน้น ทำไมน่ะเหรอครับ ผมไม่รู้ว่าผมมีทุกอย่างพร้อมอยู่ตั้งแต่เดือนที่แล้ว!</p>
<p>ผมคิดว่าคำว่า<strong>จดหมายตอบรับ</strong> หมายถึงจดหมายที่ระบุว่าทางโน้นรับเราเข้าเรียนแล้ว ซึ่งถูกแค่ครึ่งเดียว ความจริงมันไม่ได้จำเป็นต้องเขียนว่ารับแล้วก็ได้</p>
<p>ผมไปปรึกษารุ่นพี่ซึ่งมีประสบการณ์ลุยเองมาก่อน เขาบอกว่าจดหมายตอบรับมีสองลักษณะ คือ conditional กับ unconditional เว้ากันซื่อๆก็คือ จดหมายว่าจะรับภายใต้เงื่อนไขบางอย่าง หรือจดหมายว่ารับแล้วโดยไม่มีเงื่อนไข</p>
<p>ผมเข้าใจมาตลอดว่าเราต้องใช้ประเภทหลังเท่านั้น แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ จดหมายตอบรับในบริบทนี้ต้องการเพียงการแสดงความจำนงค์ว่าจะรับนักศึกษาคนนี้เข้าศึกษาต่อโดยต้องระบุข้อมูลตามที่ระเบียบการขอวีซ่ากำหนด เช่น ต้องมีชื่อหลักสูตรและสถาบัน มีระบุชื่อผู้เข้าเรียนพร้อมระยะเวลาที่ใช้ในการหลักสูตร วันเข้าเรียน วันจบ ฯลฯ แต่มันไม่ได้ต้องเป๊ะ ไม่ได้ต้องบอกว่าจะรับแน่ๆก็ได้</p>
<p>แค่นั้นแหละครับที่ต้องการ</p>
<p>ถ้าเราให้เอเจนส์ช่วย แน่นอนว่าเหตุการณ์แบบนี้ไม่เกิดขึ้นแน่ เพราะเขารู้จักเจ้าจดหมายนี้เป็นอย่างดี ทำงานกับมันปีละไม่รู้กี่ฉบับ เขาสามารถช่วยแนะนำเราว่าเมื่อไหร่ทุกอย่างพร้อมให้ลุยต่อได้</p>
<p>แต่การลุยเดี่ยวมันมีแต่ข้อเสียเหรอ ก็เปล่านะครับ&#8230;</p>
<h2><strong>จะลุยเดี่ยวก็ดีที่&#8230;..</strong></h2>
<p><strong> </strong><br />
เราได้รู้จักเขาครับ</p>
<p>เหมือนทู่ซี้จะหาข้อดีให้เจอให้ได้ แต่เพราะว่ามันหาได้น่ะสิครับ อย่าลืมว่าเรากำลังจะไปทำงานกับเขาอย่างน้อยที่สุดการได้เริ่มปฏิสัมพันธ์กับเขาก่อนจะช่วยให้เราเข้าใจการทำงานของเขามากขึ้น ตามประสาเด็กไทยตัวน้อยๆ ผมรู้สึกมาตลอดว่างานเอกสารแบบนี้ทุกอย่างต้องเป๊ะ ครบถ้วน เส้นตายเมื่อไหร่ แปลว่าแก้ไขไม่ได้ มติอาจารย์เป็นการตัดสินสุดท้าย แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่แบบนั้น ระเบียบดูเหมือนจะเฮี้ยบก็จริง แต่คนที่มีประสบการณ์เขาจะรู้ว่าเมื่อสุดวิสัย ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้</p>
<p>ผมไม่มีทางรู้เด็ดขาดว่ามันเปลี่ยนได้ขนาดที่ว่าสามารถเปลี่ยนหลักสูตรที่สมัครด้วยคำขอทางอีเมล์ ไม่ต้องกรอกใบสมัครอะไรใหม่ทั้งสิ้น และเขาจะพิจารณาใบสมัครให้ใหม่โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆเพิ่มเติม</p>
<p>นับเป็นเรื่องที่ช็อคที่สุดเรื่องหนึ่ง ช็อคทั้งความเอ๋อของตัวเองและความยืดหยุ่นของฝั่งเขา ไม่เคยนึกว่าสามารถคุยได้ขนาดนี้ ตอนนี้ผมค่อนข้างมั่นใจว่าไปเรียนที่โน้นต้องมีการปรับเปลี่ยนทัศนคติกันใหม่หลายอย่าง แต่อย่างน้อยก็ได้รู้ล่วงหน้า</p>
<h2><strong>ความกังวลของพวกฉายเดี่ยว&#8230;.</strong></h2>
<p>แน่นอนว่าด้วยความไม่รู้ มีเรื่องมากมายที่จะทำให้เรากังวลใจ</p>
<p>ผมยังคงกังวลว่ามีอะไรที่ต้องติดต่อเพิ่มเติมกับทางมหาวิทยาลัยหรือไม่ เรื่องTAจะทำอย่างไรต่อ ผมต้องไปพบอาจารย์ที่ปรึกษาเมื่อไหร่ จะเริ่มงานยังไง การลงวิชาเรียนทำกันยังไง ที่อยู่จะได้หรือเปล่า อ้อ&#8230; รวมทั้งเรื่องวีซ่าด้วยครับ</p>
<p>ก็ทำใจครับว่าเป็นเรื่องธรรมดา เพราะผมรู้น้อยมากเกี่ยวกับที่ๆผมจะไป ไม่ได้มีประสบการณ์อะไรกับที่นั่นเลย ผู้คนเป็นอย่างไรผมไม่ทราบ ใช้ชีวิตกันยังไงผมไม่รู้ และเมื่อเราเลือกจะฉายเดี่ยวก็ลำบากที่จะหาคนปรึกษาเรื่องความกังวลใจนี้หรือหาคำตอบของคำถามประเภทที่ประสบการณ์เท่านั้นที่ตอบได้</p>
<p>ในส่วนนั้นก็น่าอิจฉาพวกที่ให้เอเจนส์ช่วย เพราะอย่างน้อยเขาก็มีคนที่ให้คำตอบได้ ไม่ถึงกับตายเอาดาบหน้า</p>
<p>เว้นแต่พวกคุณสนใจเผชิญโลกที่ตัวเองไม่รู้จักแบบผม ถ้าอย่างนั้นก็ยินดีต้อนรับครับ แล้วเรามาลุ้นชีวิตวันหน้าไปด้วยกันเถอะ</p>
<br />Posted in articles Tagged: สมัครเรียนต่างประเทศ, education agency <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/akiragoabroad.wordpress.com/260/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/akiragoabroad.wordpress.com/260/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/akiragoabroad.wordpress.com/260/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/akiragoabroad.wordpress.com/260/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/akiragoabroad.wordpress.com/260/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/akiragoabroad.wordpress.com/260/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/akiragoabroad.wordpress.com/260/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/akiragoabroad.wordpress.com/260/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/akiragoabroad.wordpress.com/260/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/akiragoabroad.wordpress.com/260/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/akiragoabroad.wordpress.com/260/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/akiragoabroad.wordpress.com/260/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/akiragoabroad.wordpress.com/260/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/akiragoabroad.wordpress.com/260/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=akiragoabroad.wordpress.com&amp;blog=10337322&amp;post=260&amp;subd=akiragoabroad&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://akiragoabroad.wordpress.com/2009/07/20/24agency/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/c0a77bd72706326ee1b430e03525f59f?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">vekin</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ว่าระบบการศึกษาแคนาดา</title>
		<link>http://akiragoabroad.wordpress.com/2009/06/17/22canadaedu/</link>
		<comments>http://akiragoabroad.wordpress.com/2009/06/17/22canadaedu/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 17 Jun 2009 09:26:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>vekin</dc:creator>
				<category><![CDATA[articles]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[แคนาดา]]></category>
		<category><![CDATA[canada]]></category>
		<category><![CDATA[education system]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://akira7.bloggoo.com/?p=256</guid>
		<description><![CDATA[คงจะแปลกพิลึกน่าดูถ้าผู้อ่านทราบว่าผมกำลังจะไปเรียนต่อที่แคนาดา แต่ผมไม่เคยเอ่ยถึงระบบการศึกษาของแคนาดาเลยซักครั้ง ทั้งที่ผมเคยเขียนถึงระบบที่อังกฤษมาแล้ว จริงๆก็ลำบากที่จะลงรายละเอียดเหมือนกันครับ เพราะว่าแต่ละรัฐเขารับผิดชอบการศึกษาของเขาเอง นั่นหมายความว่าการศึกษาหรือการสมัครอาจจะแตกต่างกันตามแต่ละรัฐ ยังไม่นับว่าที่แคนาดาไม่มีระบบสอบเข้ากลาง นั่นคือแต่ละมหาวิทยาลัยจะจัดการรับนักศึกษาเองและตั้งมาตรฐานของตัวเอง แต่โดยภาพรวมแล้วระบบของเขาคล้ายของอเมริกาหรือบ้านเรามากทีเดียวครับ นั่นคือมีการเรียนขั้นพื้นฐาน 9 ปี จากนั้นจึงเป็น secondary education นั่นคือระดับมัธยมปลายของบ้านเรา สถาบันระดับ post secondary ของแคนาดามีชื่อเรียกหลากหลายและให้ปริญญาบัตรที่ชื่อต่างกันครับ colleges, community colleges, technical and vocational institutions : เป็นการเรียนแบบหนักไปทางสายอาชีพ กลุ่มนี้จะให้ diploma หรือ certificates ใช้เวลาเรียนตั้งแต่ 1-3ปี universities, university colleges and institutes &#8230; <a href="http://akiragoabroad.wordpress.com/2009/06/17/22canadaedu/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a><img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=akiragoabroad.wordpress.com&amp;blog=10337322&amp;post=256&amp;subd=akiragoabroad&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คงจะแปลกพิลึกน่าดูถ้าผู้อ่านทราบว่าผมกำลังจะไปเรียนต่อที่แคนาดา แต่ผมไม่เคยเอ่ยถึงระบบการศึกษาของแคนาดาเลยซักครั้ง ทั้งที่ผมเคยเขียนถึง<a href="http://akira7.bloggoo.com/2008/07/16/11britain_edu">ระบบที่อังกฤษ</a>มาแล้ว</p>
<p>จริงๆก็ลำบากที่จะลงรายละเอียดเหมือนกันครับ เพราะว่าแต่ละรัฐเขารับผิดชอบการศึกษาของเขาเอง นั่นหมายความว่าการศึกษาหรือการสมัครอาจจะแตกต่างกันตามแต่ละรัฐ ยังไม่นับว่าที่แคนาดาไม่มีระบบสอบเข้ากลาง นั่นคือแต่ละมหาวิทยาลัยจะจัดการรับนักศึกษาเองและตั้งมาตรฐานของตัวเอง แต่โดยภาพรวมแล้วระบบของเขาคล้ายของอเมริกาหรือบ้านเรามากทีเดียวครับ นั่นคือมีการเรียนขั้นพื้นฐาน 9 ปี จากนั้นจึงเป็น secondary education นั่นคือระดับมัธยมปลายของบ้านเรา</p>
<p>สถาบันระดับ post secondary ของแคนาดามีชื่อเรียกหลากหลายและให้ปริญญาบัตรที่ชื่อต่างกันครับ</p>
<p><strong>colleges, community colleges, technical and vocational institutions</strong> : เป็นการเรียนแบบหนักไปทางสายอาชีพ กลุ่มนี้จะให้ diploma หรือ certificates ใช้เวลาเรียนตั้งแต่ 1-3ปี</p>
<p><strong>universities, university colleges and institutes</strong> : จบจากกลุ่มนี้จะได้ Bachelor&#8217;s Degree หรือก็คือปริญญาตรีบ้านเรานั่นเอง เวลาเรียน 3-4ปีแล้วแต่รัฐและหลักสูตร สำหรับ university college จะเป็นพวกลูกผสมครับ คือมีทั้งวิชาการแบบมหาวิทยาลัยและการประยุกต์สู่สายอาชีพแบบcollege</p>
<p>แต่มีแต่วุฒิปริญญาตรีเท่านั้นนะครับ ที่ต่อขึ้นไปที่ป.โท ป.เอก ได้ สำหรับคนที่จบแบบ diploma มา ก็ต้องอัพเลเวลขึ้นให้ได้ปริญญาตรีก่อนถึงจะเรียนต่อได้<br />
<strong><br />
Master’s Degree</strong> : ใช้เวลาเรียนขั้นต่ำ 2 ปี และมักจะรับคนที่ได้เกียรตินิยม<br />
<strong><br />
Doctoral Degree </strong>: ใช้เวลาเรียนขั้นต่ำ 3 ปี และต้องจบปริญญาโทมาแล้วเท่านั้น</p>
<p>ดังนั้นข้อแตกต่างสำคัญระหว่างระบบการศึกษาที่แคนาดากับอเมริกาคงเป็นที่เขาไม่มีหลักสูตร โทควบเอก ในแคนาดา ในกรณีที่อเมริกา นักศึกษาปริญญาตรีสามารถสมัครเข้าปริญญาเอกได้ แต่ก็เรียนห้าปีเท่ากับเรียนปริญญาโทแล้วต่อเอก เพียงแต่ว่าถ้าเรียนควบก็จะเรียนเป็น course workไปเลยสองปี และทำงานวิจัยสามปี ไม่มีชะงัก แต่สำหรับของแคนาดาโทก็โท เอกก็เอกครับ แยกขาดจากกัน</p>
<p>นอกจากนั้นแล้ว สำหรับสายวิทยาศาสตร์อย่างผม แนะนำอย่างยิ่งว่า ป.โทควรลงแบบ Thesis-based คือแบบที่ทำวิทยานิพนธ์ เพราะจะมีน้ำหนักมากกว่าเมื่อเข้าปริญญาเอก และยังมีโอกาสได้รับทุนสนับสนุนจากทางมหาวิทยาลัยมากกว่าด้วย</p>
<p>ส่วนการสอบภาษาอังกฤษ ผลสอบที่รับโดยทั่วไปคือ <strong>TOEFL และ IELTS</strong> และบางสถาบันจะรับ <strong>CAEL</strong> ซึ่งเป็นการสอบของแคนาดาที่เขากำลังพัฒนาขึ้นสำหรับใช้ในการเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยในแคนาดาด้วยครับ</p>
<p style="text-align:center;">แผนผังโดยสรุปเป็นตามนี้ครับ Click เพื่อดูภาพใหญ่นะครับ<br />
<a href="http://akira7.bloggoo.com/files/2009/06/educationsystem_canada1.jpg"><img class="size-medium wp-image-259 aligncenter" title="educationsystem_canada1" src="http://akira7.bloggoo.com/files/2009/06/educationsystem_canada1.jpg" alt="" width="247" height="191" /></a></p>
<p>สำหรับผู้ที่สนใจ ทางแคนาดาเขามีศูนย์การศึกษาต่อไว้บริการให้คำปรึกษาและข้อมูล สามารถดูรายละเอียดได้ที่</p>
<p><a href="http://www.studycanada.ca/thailand/index.htm">http://www.studycanada.ca/thailand/index.htm</a></p>
<p>แหล่งข้อมูลอ้างอิง<br />
<a href="http://www.kaplanaspect.com/pl/resources/education-system/canada-guide.aspx">http://www.kaplanaspect.com/pl/resources/education-system/canada-guide.aspx</a><br />
<a href="http://www.studycanada.ca/">http://www.studycanada.ca/</a><br />
<a href="http://www.cicic.ca/382/education-in-canada.canada">http://www.cicic.ca/382/education-in-canada.canada</a></p>
<p>ปล. จริงๆอยากจะเขียนให้ลงละเอียดมากกว่านี้ แต่ก็พบว่าข้อมูลบนอินเตอร์เน็ตก็ไม่ละเอียดไปกว่านี้เท่าไหร่แล้วครับ เลยไม่รู้ว่าจะเล่าอะไรดีเหมือนกัน <strong>ใครอยากได้อะไรเพิ่มเติม(หรืออยากให้เขียนถึงหัวข้อไหน) เขียนไว้ในcommentเลยนะครับผม</strong></p>
<br />Posted in articles Tagged: ระบบการศึกษา, แคนาดา, canada, education system <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/akiragoabroad.wordpress.com/256/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/akiragoabroad.wordpress.com/256/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/akiragoabroad.wordpress.com/256/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/akiragoabroad.wordpress.com/256/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/akiragoabroad.wordpress.com/256/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/akiragoabroad.wordpress.com/256/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/akiragoabroad.wordpress.com/256/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/akiragoabroad.wordpress.com/256/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/akiragoabroad.wordpress.com/256/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/akiragoabroad.wordpress.com/256/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/akiragoabroad.wordpress.com/256/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/akiragoabroad.wordpress.com/256/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/akiragoabroad.wordpress.com/256/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/akiragoabroad.wordpress.com/256/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=akiragoabroad.wordpress.com&amp;blog=10337322&amp;post=256&amp;subd=akiragoabroad&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://akiragoabroad.wordpress.com/2009/06/17/22canadaedu/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/c0a77bd72706326ee1b430e03525f59f?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">vekin</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://akira7.bloggoo.com/files/2009/06/educationsystem_canada1.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">educationsystem_canada1</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ศึกษาต่อ New Zealand : U of Waitako, Victoria U of Wellington, U of Otago และสัมมนาที่ภูเก็ต</title>
		<link>http://akiragoabroad.wordpress.com/2009/06/08/nz_062009/</link>
		<comments>http://akiragoabroad.wordpress.com/2009/06/08/nz_062009/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 Jun 2009 11:22:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>vekin</dc:creator>
				<category><![CDATA[news]]></category>
		<category><![CDATA[New Zealand]]></category>
		<category><![CDATA[NZ Study (Thailand)]]></category>
		<category><![CDATA[The University of Waikato]]></category>
		<category><![CDATA[University of Otago]]></category>
		<category><![CDATA[Victoria University of Wellington]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://akira7.bloggoo.com/?p=255</guid>
		<description><![CDATA[มีข่าวมาฝากเล็กน้อยครับสำหรับผู้ที่สนใจจะศึกษาต่อที่นิวซีแลนด์ แต่เฉพาะในสามมหาวิทยาลัยคือ The University of Waikato, Victoria University of Wellington และ the University of Otago เท่านั้นนะครับ วันที่ 15 มิถุนายนที่จะถึงนี้จะมีเจ้าหน้าที่จากทั้งสามมหาวิทยาลัยมาประชาสัมพันธ์หลักสูตรที่ศูนย์แนะแนว เอ็นแซด สตั๊ดดี้ ชั้น 10 อาคารวรรณสรณ์ ตั้งแต่เวลา 16.00-18.00 น. ครับ ถ้าใครไม่รู้จัก อาคารวรรณสรณ์ที่ว่าเป็นอาคารที่รวมโรงเรียนสอนพิเศษอยู่ตรงสี่แยกพญาไท สามารถเดินจากBTSพญาไทได้ และแนะนำให้ไปด้วย BTS ครับ เพราะการหาที่จอดรถจะเป็นปัญหาอย่างยิ่งทีเดียว สำหรับทางภาคใต้ มีการจัดสัมมนา ที่ชั้น 2 ศูนย์พัฒนาทักษะและการเรียนรู้ &#8230; <a href="http://akiragoabroad.wordpress.com/2009/06/08/nz_062009/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a><img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=akiragoabroad.wordpress.com&amp;blog=10337322&amp;post=255&amp;subd=akiragoabroad&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มีข่าวมาฝากเล็กน้อยครับสำหรับผู้ที่สนใจจะศึกษาต่อที่นิวซีแลนด์ แต่เฉพาะในสามมหาวิทยาลัยคือ The University of Waikato, Victoria University of Wellington และ the University of Otago เท่านั้นนะครับ</p>
<p>วันที่ <strong>15 มิถุนายนที่จะถึงนี้</strong>จะมีเจ้าหน้าที่จากทั้งสามมหาวิทยาลัยมาประชาสัมพันธ์หลักสูตรที่<strong>ศูนย์แนะแนว เอ็นแซด สตั๊ดดี้</strong> ชั้น 10 อาคารวรรณสรณ์ <strong>ตั้งแต่เวลา 16.00-18.00 น.</strong> ครับ</p>
<p>ถ้าใครไม่รู้จัก อาคารวรรณสรณ์ที่ว่าเป็นอาคารที่รวมโรงเรียนสอนพิเศษอยู่ตรงสี่แยกพญาไท สามารถเดินจากBTSพญาไทได้ และแนะนำให้ไปด้วย BTS ครับ เพราะการหาที่จอดรถจะเป็นปัญหาอย่างยิ่งทีเดียว</p>
<p>สำหรับทางภาคใต้ มีการจัดสัมมนา ที่<strong>ชั้น 2 ศูนย์พัฒนาทักษะและการเรียนรู้ ICT จังหวัดภูเก็ต (สะพานหิน)ในวันอังคารที่ 17 มิถุนายน 2552 เวลา 17.00 &#8211; 19.00 น.</strong> เป็นสัมมนาว่าด้วยระบบการศึกษาและการสมัครไม่ได้เกี่ยวกับสามมหาวิทยาลัยที่ว่าไปข้างต้นนะครับ</p>
<p>ข่าวนี้ผมได้รับทางอีเมล์ แต่ยังไม่เห็นขึ้นในเวปไซต์ของศูนย์ ลองติดตามดูแล้วกันนะครับ<br />
<a href="http://www.nzstudy.co.th/">http://www.nzstudy.co.th/</a><br />
<a href="http://www.nzstudyth.com/">http://www.nzstudyth.com/</a></p>
<br />Posted in news Tagged: New Zealand, NZ Study (Thailand), The University of Waikato, University of Otago, Victoria University of Wellington <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/akiragoabroad.wordpress.com/255/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/akiragoabroad.wordpress.com/255/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/akiragoabroad.wordpress.com/255/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/akiragoabroad.wordpress.com/255/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/akiragoabroad.wordpress.com/255/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/akiragoabroad.wordpress.com/255/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/akiragoabroad.wordpress.com/255/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/akiragoabroad.wordpress.com/255/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/akiragoabroad.wordpress.com/255/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/akiragoabroad.wordpress.com/255/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/akiragoabroad.wordpress.com/255/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/akiragoabroad.wordpress.com/255/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/akiragoabroad.wordpress.com/255/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/akiragoabroad.wordpress.com/255/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=akiragoabroad.wordpress.com&amp;blog=10337322&amp;post=255&amp;subd=akiragoabroad&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://akiragoabroad.wordpress.com/2009/06/08/nz_062009/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/c0a77bd72706326ee1b430e03525f59f?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">vekin</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Big U, Little U : เลือกUใหญ่หรือไปUเล็ก</title>
		<link>http://akiragoabroad.wordpress.com/2009/05/18/22bigulittleu/</link>
		<comments>http://akiragoabroad.wordpress.com/2009/05/18/22bigulittleu/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 18 May 2009 10:45:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>vekin</dc:creator>
				<category><![CDATA[articles]]></category>
		<category><![CDATA[ชื่อเสียง]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกมหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[choosing university]]></category>
		<category><![CDATA[reputation]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://akira7.bloggoo.com/?p=251</guid>
		<description><![CDATA[&#8221; ผมจะไป MIT!!!&#8221; รุ่นน้องคนหนึ่งประกาศกร้าวกลางวงสนทนาประสาพี่น้องที่มหาวิทยาลัย สร้างความฮือฮา(และอาจมีเอือมระอา)จากเพื่อนๆผู้ร่วมวง MIT คือชื่อย่อลือนามของ Massachusetts Institute of Technology มหาวิทยาลัยอันดับต้นมากๆของอเมริกา ถ้าเข้าใจไม่ผิดก็วิ่งสู้ฟัดอยู่กับCaltechผลัดกันเป็นที่1หรือที่1คู่กันมาพักใหญ่แล้ว ซึ่งมหาวิทยาลัยอันดับสูงลิบพวกนี้ผมตั้งสมญาไว้ว่ามหาวิทยาลัยฮาร์ดคอร์ เพราะเขาเก่งจริง เจ๋งจริง เทพจริง และเรียนยากกันจริงๆ ก็คงไม่น่าแปลกใจถ้าชายหนุ่มวัยยี่สิบผู้กำลังมีความฝันอันสดใสเกี่ยวกับอนาคตของตัวเองจะอยากเหยียบย่างเข้าไปในที่อันวิเศษเลิศเลอนี้บ้าง ผมเลยยิงคำถามแหย่ไปคำถามหนึ่ง &#8221; แล้วเรารู้หรือเปล่าว่า MIT เขาเด่นเรื่องไหน &#8220; เงียบกริบ นั่นแหละครับทัศนคติของเราเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่าชื่อเสียง เราถูกดึงดูดโดยชื่อเสียงเสมอ และเราให้น้ำหนักเรื่องชื่อเสียงมากเสียด้วยและไม่มีใครที่แสดงออกถึงความเชื่อถือเรื่องชื่อเสียงได้บริสุทธิ์ไร้การบิดเบือนได้เท่าเจ้าน้องคนนี้อีกแล้วครับ เราอยากเข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง เพราะเชื่อว่าการเรียนการสอนของเขาดี เราอยากเข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง เพราะเชื่อว่าการสนับสนุนนักศึกษานั้นอุ่นหนาฝาคั่ง เราอยากเข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง เพราะเป็นเกียรติภูมิ เหนืออื่นใด เราอยากเข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง เพราะว่ามันชื่อเสียงน่ะสิ เข้าใจป๊ะ จบ &#8230; <a href="http://akiragoabroad.wordpress.com/2009/05/18/22bigulittleu/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a><img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=akiragoabroad.wordpress.com&amp;blog=10337322&amp;post=251&amp;subd=akiragoabroad&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3>&#8221; ผมจะไป MIT!!!&#8221;</h3>
<p>รุ่นน้องคนหนึ่งประกาศกร้าวกลางวงสนทนาประสาพี่น้องที่มหาวิทยาลัย สร้างความฮือฮา(และอาจมีเอือมระอา)จากเพื่อนๆผู้ร่วมวง</p>
<p>MIT คือชื่อย่อลือนามของ Massachusetts Institute of Technology มหาวิทยาลัยอันดับต้นมากๆของอเมริกา ถ้าเข้าใจไม่ผิดก็วิ่งสู้ฟัดอยู่กับCaltechผลัดกันเป็นที่1หรือที่1คู่กันมาพักใหญ่แล้ว ซึ่งมหาวิทยาลัยอันดับสูงลิบพวกนี้ผมตั้งสมญาไว้ว่ามหาวิทยาลัยฮาร์ดคอร์ เพราะเขาเก่งจริง เจ๋งจริง เทพจริง และเรียนยากกันจริงๆ</p>
<p>ก็คงไม่น่าแปลกใจถ้าชายหนุ่มวัยยี่สิบผู้กำลังมีความฝันอันสดใสเกี่ยวกับอนาคตของตัวเองจะอยากเหยียบย่างเข้าไปในที่อันวิเศษเลิศเลอนี้บ้าง</p>
<p>ผมเลยยิงคำถามแหย่ไปคำถามหนึ่ง &#8221; แล้วเรารู้หรือเปล่าว่า MIT เขาเด่นเรื่องไหน &#8220;</p>
<p>เงียบกริบ</p>
<p>นั่นแหละครับทัศนคติของเราเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า<strong>ชื่อเสียง</strong></p>
<p>เราถูกดึงดูดโดยชื่อเสียงเสมอ และเราให้น้ำหนักเรื่องชื่อเสียงมากเสียด้วยและไม่มีใครที่แสดงออกถึงความเชื่อถือเรื่องชื่อเสียงได้บริสุทธิ์ไร้การบิดเบือนได้เท่าเจ้าน้องคนนี้อีกแล้วครับ</p>
<p>เราอยากเข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง เพราะเชื่อว่าการเรียนการสอนของเขาดี</p>
<p>เราอยากเข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง เพราะเชื่อว่าการสนับสนุนนักศึกษานั้นอุ่นหนาฝาคั่ง</p>
<p>เราอยากเข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง เพราะเป็นเกียรติภูมิ</p>
<p>เหนืออื่นใด เราอยากเข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง เพราะว่ามันชื่อเสียงน่ะสิ เข้าใจป๊ะ จบ MIT น่ะ!! บอกใครก็ร้องโอ้โห มองเราราวกับเทพเจ้าเดินดิน</p>
<p>ครับ จริงๆเราชอบชื่อเสียงเพราะมันเติมอีโก้ของเราให้ล้นปรี่ ไม่มีอะไรมากหรอก</p>
<p>แต่ผมไม่ได้เถียงนะครับว่าสามข้อข้างต้นไม่จริง เขามีชื่อเสียงได้ เพราะคณาจารย์ทำผลงานไว้อย่างยอดเยี่ยม มีระบบการศึกษาที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้ที่สูงกว่ามาตรฐาน(แหงๆ) ศิษย์เก่าประสบความสำเร็จอย่างสวยงามสร้างเกียรติภูมิให้พี่น้องร่วมสถาบันสามารถยืดอกรับอย่างภาคภูมิใจ</p>
<p>คำเตือนก็คือ ชื่อเสียงเกิดขึ้นจากอดีต เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว เป็นเสียงที่ก้องกังวานจากการกระทำของคนรุ่นก่อน หลักสูตรปีก่อนๆและอาจจะอาจารย์คนก่อนๆ</p>
<p>นั่นคือเรากำลังเอาอดีตมาเดิมพันการเลือกอนาคต</p>
<p>ซึ่งก็เป็นปัจจัยที่น่าพิจารณาครับ เพราะอดีตก็คือสิ่งที่ก่อให้เกิดปัจจุบันนั่นแหละ มันพอบอกแนวโน้มได้ว่าที่นี่มีบุคลากรที่ดี ระบบที่ดีหรือไม่ แต่ที่ผมอยากให้เตรียมใจคือความยอดเยี่ยมเหล่านั้นไม่จีรัง และเวลาเลอเลิศของเขาก็ไม่ได้เลอเลิศไปเสียทุกอย่างพร้อมๆกัน</p>
<p>ผมถึงถามรุ่นน้อง ว่ารู้หรือเปล่าว่าอะไรใน MIT ที่ดี</p>
<p>อันนี้แหย่เพราะผมพอรู้จักงานวิจัยที่มีชื่อใน MIT อยู่บ้าง ผมพอรู้ว่าชื่อเสียงของเขามาจากทางไหนเป็นพิเศษ และผมไม่เคยคิดจะเข้าMIT เข้าไปเดินเล่นน่ะอยาก แต่ไม่ใช่เข้าเรียนแน่ๆ ดังนั้นผมคาดว่าคนที่กระสันจะเข้าเรียนขนาดนี้ต้องรู้มากกว่าผมสิ</p>
<p>ซึ่งก็ทำให้เห็นได้ชัดว่าสิ่งเดียวที่ทำให้น้องคนนี้สนใจ MIT คือชื่อเสียงปากต่อปากในการเป็นที่หนึ่งนั่นเอง</p>
<p>ถ้าคิดแบบนั้นตอนเลือกมหาวิทยาลัย อันตรายนะครับจะบอก</p>
<h3>เราต้องการอะไร</h3>
<p>ราวกับคำถามจากหนังสือธรรมะ ปรัชญา หรือจิตวิทยา แต่สำหรับผมมันคือคำถามพื้นฐานของการเลือก เราเลือกเพราะมันตอบสนองความต้องการบางอย่างของเราใช่มั้ยล่ะครับ</p>
<p>การเลือกมหาวิทยาลัยก็เหมือนกัน มีปัจจัยเยอะมากที่ทำให้เราตัดสินใจเลือกหรือไม่เลือกที่ไหน ชื่อเสียงก็เป็นปัจจัยหนึ่ง แต่ผมไม่ได้เปิดชาร์ทอันดับมหาวิทยาลัยเลยแม้แต่ครั้งเดียวระหว่างการตัดสินใจสมัคร อย่างที่ผมเคยเล่าให้ฟังว่าผมหามหาวิทยาลัยที่มีงานที่ผมสนใจ มีห้องวิจัยที่Active ผมต้องการอะไรน่ะหรือ ผมต้องการประสบการณ์ครับ และสำหรับสาขาที่ผมเลือกเรียน การมาสร้างแล็ปนั้นเสียเงินมากและยุ่งยาก ประสบการณ์การทดลองต้องหาเอาตอนเรียน หาเอาจากที่ทำงานให้อาจารย์และเที่ยวไปใช้งานเครื่องมือชาวบ้าน พ้นขั้นนี้ไปไม่รู้จะได้แตะอีกเมื่อไหร่</p>
<p>จริงๆเงื่อนไขแค่นี้ก็หายากแล้วนะครับ สาขาที่สนใจ งานactive มีโอกาสหาประสบการณ์ และเป็นภาษาอังกฤษ!! ภาษาอังกฤษอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการครับ เชื่อหรือไม่ก็ตาม!!</p>
<p>ถามว่า U ใหญ่ๆ มีมั้ยที่ผมสนใจ มีครับ Caltech คู่แฝดฮาร์ดคอร์ของ MIT นั่นเอง</p>
<p>ก็มีคนถามเรื่อยๆว่า ทำไมไม่ลองสมัคร</p>
<p>สำหรับผม พูดตามตรงนะครับ ขี้เกียจจะลงแรง ยังไงก็คงไม่ได้ ได้ก็อาจเรียนไม่ไหว มหาวิทยาลัยใหญ่ขนาดนั้นต้องฟาดฟันอะไรมากมาย ที่สำคัญผมไม่ชอบการแข่งขัน นั่นคือปัจจัยหนึ่งและปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผมไม่มีวันลงเรียนมหาวิทยาลัยฮาร์ดคอร์</p>
<p>เพราะประสบการณ์ดีๆ ก็ไม่จำเป็นต้องหาจากมหาวิทยาลัยใหญ่ ไม่ต้องเป็นมหาวิทยาลัยต่างประเทศ มันหาจากที่ไหนก็ได้ ขึ้นกับว่าเราสนใจจะไปทางไหน และสิ่งที่เราต้องการมากที่สุดคืออะไร</p>
<p><strong>ไม่มีคำตอบสำเร็จรูปสำหรับเรื่องนี้ เป็นวิจารณญาณส่วนบุคคลครับ</strong></p>
<br />Posted in articles Tagged: ชื่อเสียง, เลือกมหาวิทยาลัย, choosing university, reputation <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/akiragoabroad.wordpress.com/251/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/akiragoabroad.wordpress.com/251/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/akiragoabroad.wordpress.com/251/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/akiragoabroad.wordpress.com/251/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/akiragoabroad.wordpress.com/251/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/akiragoabroad.wordpress.com/251/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/akiragoabroad.wordpress.com/251/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/akiragoabroad.wordpress.com/251/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/akiragoabroad.wordpress.com/251/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/akiragoabroad.wordpress.com/251/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/akiragoabroad.wordpress.com/251/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/akiragoabroad.wordpress.com/251/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/akiragoabroad.wordpress.com/251/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/akiragoabroad.wordpress.com/251/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=akiragoabroad.wordpress.com&amp;blog=10337322&amp;post=251&amp;subd=akiragoabroad&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://akiragoabroad.wordpress.com/2009/05/18/22bigulittleu/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/c0a77bd72706326ee1b430e03525f59f?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">vekin</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ขอบคุณนั้นสำคัญไฉน : อย่าลืมเขียน Thank you Letter</title>
		<link>http://akiragoabroad.wordpress.com/2009/05/12/21thankyou_letter/</link>
		<comments>http://akiragoabroad.wordpress.com/2009/05/12/21thankyou_letter/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 12 May 2009 11:49:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>vekin</dc:creator>
				<category><![CDATA[articles]]></category>
		<category><![CDATA[Appreciation Letter]]></category>
		<category><![CDATA[จดหมายขอบคุณ]]></category>
		<category><![CDATA[Thank you Letter]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://akira7.bloggoo.com/?p=250</guid>
		<description><![CDATA[คิดว่าหลายคงเคยได้ยินเกี่ยวกับจดหมายขอบคุณ หรือที่เรียกว่า Thank you Letter หรือ Appreciation Letter มาบ้าง ผมได้ยินเรื่องนี้ครั้งแรกจากเพื่อนซึ่งเป็นนักล่าทุนประจำรุ่นที่โรงเรียน จริงๆจะว่าล่าก็ไม่เชิงนัก แต่เขาเป็นคนเก่งครับทำให้ได้รับการสนับสนุนทางการเงินสำหรับเรื่องโน่นเรื่องนี่บ่อยๆ เขาจึงคุ้นเคยกับ &#8220;จดหมายขอบคุณผู้ออกทุน&#8221; ตั้งแต่ตอนผมยังเหวอๆอยู่ ก็ยังสงสัยด้วยซ้ำว่ามันต้องเขียนอะไรขนาดนั้นด้วยเหรอ โปรดเข้าใจเด็กไทยตัวน้อยๆ ทั้งชีวิตผมขอบคุณคนต่อหน้ามาตลอด เราไม่ได้มีวัฒนธรรมจะต้องเขียนจดหมายพรรณาความปลาบปลื้มนี้ให้คนๆนั้นฟัง มันไม่ใช่ส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตปกติของชาวไทยนอกจากจะใช้ในเรื่องการทำงานเท่านั้น ฝรั่งเขาต่างกับเรานิดหน่อย เพราะเขามีรูปแบบการขอบคุณอย่างเป็นทางการในชีวิตประจำวันด้วย นั่นคือ Thank you Note แต่อันนี้ก็ยังไม่เป็นทางการมากเท่า Thank you Letter ซึ่งมีรูปแบบเป็นจดหมายทางธุรกิจเลยทีเดียว และสถานการณ์ที่ใช้ก็เป็นทางการมากกว่ากันมาก เช่นในโอกาสที่เราไปสัมภาษณ์งาน (ไม่ว่าเขาจะรับเราหรือไม่) กฏเกณฑ์พื้นฐานคือต้องส่งจดหมายขอบคุณไปภายใน 24 ชม.หลังออกจากห้องสัมภาษณ์ ไม่ทราบเช่นกันว่าเมืองไทยทำกันเป็นล่ำเป็นสันแค่ไหน แต่สำหรับฝรั่ง เขาค่อนข้างถือสาทีเดียว &#8230; <a href="http://akiragoabroad.wordpress.com/2009/05/12/21thankyou_letter/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a><img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=akiragoabroad.wordpress.com&amp;blog=10337322&amp;post=250&amp;subd=akiragoabroad&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คิดว่าหลายคงเคยได้ยินเกี่ยวกับจดหมายขอบคุณ หรือที่เรียกว่า Thank you Letter หรือ Appreciation Letter มาบ้าง</p>
<p>ผมได้ยินเรื่องนี้ครั้งแรกจากเพื่อนซึ่งเป็นนักล่าทุนประจำรุ่นที่โรงเรียน จริงๆจะว่าล่าก็ไม่เชิงนัก แต่เขาเป็นคนเก่งครับทำให้ได้รับการสนับสนุนทางการเงินสำหรับเรื่องโน่นเรื่องนี่บ่อยๆ เขาจึงคุ้นเคยกับ &#8220;จดหมายขอบคุณผู้ออกทุน&#8221; ตั้งแต่ตอนผมยังเหวอๆอยู่ ก็ยังสงสัยด้วยซ้ำว่ามันต้องเขียนอะไรขนาดนั้นด้วยเหรอ</p>
<p>โปรดเข้าใจเด็กไทยตัวน้อยๆ ทั้งชีวิตผมขอบคุณคนต่อหน้ามาตลอด เราไม่ได้มีวัฒนธรรมจะต้องเขียนจดหมายพรรณาความปลาบปลื้มนี้ให้คนๆนั้นฟัง มันไม่ใช่ส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตปกติของชาวไทยนอกจากจะใช้ในเรื่องการทำงานเท่านั้น</p>
<p>ฝรั่งเขาต่างกับเรานิดหน่อย เพราะเขามีรูปแบบการขอบคุณอย่างเป็นทางการในชีวิตประจำวันด้วย นั่นคือ Thank you Note แต่อันนี้ก็ยังไม่เป็นทางการมากเท่า Thank you Letter ซึ่งมีรูปแบบเป็นจดหมายทางธุรกิจเลยทีเดียว และสถานการณ์ที่ใช้ก็เป็นทางการมากกว่ากันมาก เช่นในโอกาสที่เราไปสัมภาษณ์งาน (ไม่ว่าเขาจะรับเราหรือไม่) กฏเกณฑ์พื้นฐานคือต้องส่งจดหมายขอบคุณไปภายใน 24 ชม.หลังออกจากห้องสัมภาษณ์</p>
<p>ไม่ทราบเช่นกันว่าเมืองไทยทำกันเป็นล่ำเป็นสันแค่ไหน แต่สำหรับฝรั่ง เขาค่อนข้างถือสาทีเดียว จดหมายนี้เลยมีรูปแบบตายตัวมากกว่าจดหมายขอบคุณสำหรับกรณีอื่นๆ แต่เนื่องจากมันออกแบบมาสำหรับกรณีนี้เท่านั้นจริงๆ ผมจะไม่เอ่ยถึงรูปแบบของมันแล้วกันนะครับ</p>
<p>เพราะว่าตามเนื้อผ้า Thank you Letter ไม่ได้มีรูปแบบตายตัวหรอกครับ เพราะมันขึ้นกับว่าเราต้องการขอบคุณเขาเนื่องจากอะไร ใจความสำคัญคือความจริงใจ การเขียนที่แนะนำกันจึงเป็น <strong>จริงใจ ตรงไปตรงมา แต่ไม่ต้องเว่อร์</strong> กรณีที่ไม่เป็นทางการมาก หรือที่เป็นNoteนั้น ยาวแค่ 4-5 ประโยคก็เพียงพอแล้ว</p>
<p>ระหว่างการสมัครเรียนผมมีโอกาสใช้จดหมายนี้หลายครั้งทีเดียว</p>
<p>1. เมื่อเมล์ไปขอข้อมูลเพิ่มเติมจากเขา ไม่ว่าท้ายที่สุดเราจะสมัครที่นั่นหรือไม่ ก็ควรเขียนขอบคุณกลับไป<br />
2. ในกรณีของผมมีการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรที่สมัครกะทันหัน ซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาต้องวุ่นวายกันขนาดไหน เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยลงตัว ก็ขอบคุณคนที่เกี่ยวข้องคอยช่วยเหลือติดต่อเราตลอดเวลานั้นไป<br />
3. ผมได้พูดคุยกับอาจารย์สองท่านในมหาวิทยาลัยผ่านทางอีเมล์เกี่ยวกับเรื่องที่ผมจะของฝากฝังตัวทำงานในห้องวิจัยของเขา ท้ายที่สุดเราต้องเลือกคนหนึ่งก็จริง แต่ก็ควรยิ่งที่จะขอบคุณทั้งสองท่าน</p>
<p>ไม่ได้ต้องเขียนอะไรมาก แต่ก็<strong>ไม่ใช่ Thank you คำเดียวจบนะครับ!!!</strong> สิ่งที่เขาแนะนำให้ใส่เข้าไปด้วยคือ</p>
<p>- อาจจะย้อนนิดหนึ่งว่าความช่วยเหลือที่เขาให้เรานั้นคืออะไรและนั่นช่วยเราอย่างไร<br />
- เล่าให้เขาฟังเล็กน้อยว่าสุดท้ายแล้วผลเป็นอย่างไร เป็นการอัพเดทเขาเรื่องสถานการณ์โดยกลาย</p>
<p>แต่พูดตามตรงว่าความไร้แบบแผนตายตัวทำให้ผมค่อนข้างหนักระหว่างเขียน เวปไซตฺ์ข้างล่างนี่คือส่วนหนึ่งที่ช่วยปรับความคิดของผมให้เข้าร่องเข้ารอยและให้ปลงให้ตก</p>
<p><a href="http://www.wikihow.com/Write-a-Letter-of-Appreciation">http://www.wikihow.com/Write-a-Letter-of-Appreciation</a><br />
<a href="http://www.thesimpledollar.com/2008/06/16/how-to-write-an-effective-thank-you-note-for-any-occasion/">http://www.thesimpledollar.com/2008/06/16/how-to-write-an-effective-thank-you-note-for-any-occasion/</a></p>
<p>และอีกครั้งที่ขอย้ำว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในจดหมายแบบนี้คือความจริงใจ ดังนั้นไม่ต้องเกร็งมากระหว่างเขียน ไม่ต้องพยายามจะเป็นทางการมากจนเกินไป แต่ก็ไม่ต้องพร่ำเพ้อมากนัก ที่สำคัญคือที่สุดคือการสื่อความรู้สึกขอบคุณของเราออกไปให้เขาได้รับรู้ แบบเดียวกับที่เราขอบคุณใครซักคนต่อหน้านั่นแหละครับ</p>
<p>จบแบบไม่เกี่ยวกันนัก ว่าวันนี้คุณขอบคุณคนที่คุณรักแล้วหรือยังครับ?</p>
<br />Posted in articles Tagged: Appreciation Letter, จดหมายขอบคุณ, Thank you Letter <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/akiragoabroad.wordpress.com/250/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/akiragoabroad.wordpress.com/250/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/akiragoabroad.wordpress.com/250/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/akiragoabroad.wordpress.com/250/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/akiragoabroad.wordpress.com/250/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/akiragoabroad.wordpress.com/250/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/akiragoabroad.wordpress.com/250/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/akiragoabroad.wordpress.com/250/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/akiragoabroad.wordpress.com/250/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/akiragoabroad.wordpress.com/250/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/akiragoabroad.wordpress.com/250/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/akiragoabroad.wordpress.com/250/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/akiragoabroad.wordpress.com/250/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/akiragoabroad.wordpress.com/250/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=akiragoabroad.wordpress.com&amp;blog=10337322&amp;post=250&amp;subd=akiragoabroad&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://akiragoabroad.wordpress.com/2009/05/12/21thankyou_letter/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/c0a77bd72706326ee1b430e03525f59f?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">vekin</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>status update : ว่าด้วยชีวิตเมื่อวานและชีวิตวันนี้</title>
		<link>http://akiragoabroad.wordpress.com/2009/04/20/status_april2009/</link>
		<comments>http://akiragoabroad.wordpress.com/2009/04/20/status_april2009/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 20 Apr 2009 12:49:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>vekin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[tips]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://akira7.bloggoo.com/?p=249</guid>
		<description><![CDATA[ไม่ได้อัพอะไรในบล็อกนานมากก จนผมต้องสารภาพว่าไม่รู้ว่าจะเริ่มเล่าตรงไหน เพราะมันมีเรื่องเยอะ ทั้งที่ต้องทำ ทั้งที่ต้องคิด มีทัศนะคติที่เปลี่ยน และความรู้ใหม่ๆเกี่ยวกับเรื่องต่างๆอีกเยอะ ผมจะพยายามเล่าเรื่องตามลำดับเวลาแล้วกันนะครับ กุมภาพันธุ์ 2552 : ปั่นโปรเจ็กเวอร์ชั่นหางจุกตูด กำหนดส่งใกล้เข้ามาทุกขณะ ข้อสอบปลายภาคคืบคลานมาค้ำคอ ผมยอมรับว่าชีวิตตัวเองยุ่งมากครับ งานชนงานตลอด พักหายใจได้สองฟืดก็ เอ้า ทำงานต่อ (ครับ ผมยังพยายามจะมีจังหวะพักกับเขาบ้าง) มาเริ่มปลอดโปร่งเมื่อสอบปลายภาคเสร็จ ก็เหลือเพียงโปรเจ็กที่แม้จะทำได้น้อยนิดกว่าที่คิดไว้ตอนแรกมากนัก ก็ต้องทำต่อให้มากที่สุดเท่าที่มากได้ ท้ายที่สุดผลสรุปได้มั้ย ไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ยังมีผล ใช้อะไรต่อได้มั้ย ไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ยังได้ทำ มันสำคัญอยู่ตรงนั้นแหละครับ  &#8221; อย่างน้อยก็ยังได้ทำ &#8220; ความสำคัญของการได้ลงมือทำชัดเจนมากในช่วงเวลานั้น อาจจะเพราะผมโดนกระหน่ำทุกทิศทาง จากทั้งงานโปรเจ็กที่เดินอย่างเชื่องช้าด้วยความละล้าละลังและสมาธิที่ไม่ค่อยดีนักของผม จากอาจารย์หลายท่านที่ตักเตือนด้วยความเป็นห่วง ทั้งในภาพรวมร่วมกับเพื่อนๆน้องๆของผมหลายคน และเรื่องเล็กๆกระทบใจผมอีกหลายเรื่อง &#8230; <a href="http://akiragoabroad.wordpress.com/2009/04/20/status_april2009/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a><img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=akiragoabroad.wordpress.com&amp;blog=10337322&amp;post=249&amp;subd=akiragoabroad&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ไม่ได้อัพอะไรในบล็อกนานมากก จนผมต้องสารภาพว่าไม่รู้ว่าจะเริ่มเล่าตรงไหน เพราะมันมีเรื่องเยอะ ทั้งที่ต้องทำ ทั้งที่ต้องคิด มีทัศนะคติที่เปลี่ยน และความรู้ใหม่ๆเกี่ยวกับเรื่องต่างๆอีกเยอะ</p>
<p>ผมจะพยายามเล่าเรื่องตามลำดับเวลาแล้วกันนะครับ</p>
<h2>กุมภาพันธุ์ 2552 : ปั่นโปรเจ็กเวอร์ชั่นหางจุกตูด</h2>
<p>กำหนดส่งใกล้เข้ามาทุกขณะ ข้อสอบปลายภาคคืบคลานมาค้ำคอ ผมยอมรับว่าชีวิตตัวเองยุ่งมากครับ งานชนงานตลอด พักหายใจได้สองฟืดก็ เอ้า ทำงานต่อ (ครับ ผมยังพยายามจะมีจังหวะพักกับเขาบ้าง)</p>
<p>มาเริ่มปลอดโปร่งเมื่อสอบปลายภาคเสร็จ ก็เหลือเพียงโปรเจ็กที่แม้จะทำได้น้อยนิดกว่าที่คิดไว้ตอนแรกมากนัก ก็ต้องทำต่อให้มากที่สุดเท่าที่มากได้</p>
<p>ท้ายที่สุดผลสรุปได้มั้ย ไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ยังมีผล ใช้อะไรต่อได้มั้ย ไม่ได้ <strong>แต่อย่างน้อยก็ยังได้ทำ</strong></p>
<p>มันสำคัญอยู่ตรงนั้นแหละครับ  <strong>&#8221; อย่างน้อยก็ยังได้ทำ &#8220;</strong></p>
<p>ความสำคัญของการได้ลงมือทำชัดเจนมากในช่วงเวลานั้น อาจจะเพราะผมโดนกระหน่ำทุกทิศทาง จากทั้งงานโปรเจ็กที่เดินอย่างเชื่องช้าด้วยความละล้าละลังและสมาธิที่ไม่ค่อยดีนักของผม จากอาจารย์หลายท่านที่ตักเตือนด้วยความเป็นห่วง ทั้งในภาพรวมร่วมกับเพื่อนๆน้องๆของผมหลายคน และเรื่องเล็กๆกระทบใจผมอีกหลายเรื่อง</p>
<p>ผมทำงานได้ช้า เพราะผมต้องทำสิ่งที่ตัวเองไม่เคยลองทำ และมันต้องใช้เวลาเรียนรู้มาก ผมละล้าละลังเพราะความเชื่องช้าทำให้ผมกลัวว่าตัวเองมาผิดทาง</p>
<p>แต่ ณ ท้ายที่สุดก็ต้องบอกว่า  <strong>&#8221; ผิดทางแล้วไง &#8220;</strong> สิ่งที่การทำโปรเจ็กสอนผมคือ ไม่มีอะไรสำคัญเท่าการได้ลงมือทำ ผมแก้ไขโปรเจ็กและทิศทางของมันอยู่หลายรอบ ภาพรวมไม่ได้เปลี่ยนไปมากหรอกครับ แต่ใจคนทำเปลี่ยนไปเยอะ</p>
<p>และสิ่งที่ผมรู้สึกต่อมาคือ <strong>&#8221; จะเรียนต่อไปอีกทำไมวะ &#8220;</strong></p>
<p><strong>ไม่ได้หมายความว่าไม่ไปเรียนโทเรียนเอก</strong> แต่หมายความว่า การเรียนแบบนั่งห้องท่องตำรานั้นไม่มีความหมายอะไรอีกแล้ว</p>
<p>ผมเคยกลัวการไปเรียนป.เอกโดยตรงเพราะผมรู้สึกว่าความรู้ผมไม่พอ ความจริงคือ มันไม่มีวันพอหรอก เมื่อคุณลงมือทำเท่านั้นคุณจึงรู้ว่าอะไรที่ไม่พอ การพยายามคาดล่วงหน้านั้นใช้ได้เมื่อคุณเก่งและมีประสบการณ์เพียงพอ ไม่มีทางที่คุณจะรู้ทุกสิ่งที่จำเป็นได้ แต่ก็เอาเท่าที่รู้นี่แหละไป อะไรต้องเพิ่มค่อยเก็บตกเอารายทาง</p>
<p>ไม่อย่างนั้นมันไม่มีวันไปได้หรอกครับ เพราะคุณไม่มีทางดีพอหรอก ถ้าคุณคิดว่าตัวเองไม่ดีพอ</p>
<p>ตอนทำโปรเจ็กจบเรียบร้อยออกมา ผมเปลี่ยนใจไม่อยากเรียนป.โทแล้วครับ ผมกะกบดานหนึ่งปีเรียนป.เอกมันเลยแล้วกัน!!</p>
<h2>มีนาคม 2552 : เรื่องไม่คาดคิดและทางผิดที่คาดไม่ถึง</h2>
<p>ต้องเล่าย้อนไปเมื่อมกราคมก่อน ตอนนั้นผมสมัครเรียนป.โทที่ University of Calgary ไป เป็นหลักสูตรแบบ course-based ว่าง่ายๆคือนั่งห้องท่องตำรานั่นแหละ</p>
<p>ตอนนั้นผมไม่รู้ว่านี่คือความผิดพลาด ผมสังหรณ์ใจตะหงิดๆ แต่ไม่นึกว่ามันจะพาเรื่องปวดหัวมาให้ผมขนาดนี้</p>
<h3>ข้อหนึ่ง ผมติด</h3>
<h3>ข้อหนึ่งจุดหนึ่ง ผมติดแต่เขาไม่มีเงินสนับสนุนให้สำหรับนักเรียนนั่งห้องท่องตำรา</h3>
<p>ทำไมน่ะเหรอครับ เงินสนับสนุนที่เขาให้มันพ่วงความรับผิดชอบของTeacher Assistance และ Research Assistance น่ะสิครับ</p>
<p>ดังนั้นได้พวกหนอนหนังสือ ไม่มีเงินให้ แทบไม่มีสิทธิ์ได้ TA นั่นหมายความว่าคุณต้องออกเงินเองทั้งหมด ซึ่งสำหรับกรณีของผม นั่นเป็นไปไม่ได้</p>
<p>ไม่เพียงเท่านั้น ผมได้เรียนรู้หลังจากนั้นว่าการสมัคร Course-Based สำหรับมหาวิทยาลัยต่างประเทศนั้น มีความหมายว่า <strong>&#8221; ไม่จริงจัง &#8220;</strong> ด้วย คือคุณแค่มาโฉบ มาลอย ไม่ได้ซีเรียสกับการทำงานในสายนี้อย่างแท้จริง ดังนั้นทางมหาวิทยาลัยหรือคณะก็ไม่ได้จำเป็นต้องแยแสคุณมากนักด้วย</p>
<p>นั่นคือเหตุที่course-based ไม่มีทุน หางานลงลำบาก และแทบไร้การสนับสนุน รวมทั้งไม่มีน้ำหนักในใบสมัครป.เอกเสียด้วย</p>
<p>พลาดนี้ใหญ่หลวงนักผมจึงต้องรีบกลับลำพยายามคุยกับเขาท้ายที่สุดเลยลงเอยที่ข้อสรุปว่า&#8230;</p>
<h3>ข้อสอง ผมขอเปลี่ยนสมัครเข้า thesis-based คือแปลงร่างด่วนเป็นพวกหนูก้นแล็ปกลางลำ</h3>
<p>สำหรับเด็กไทยอย่างเราๆที่เคยชินกับขั้นตอนการสมัครเรียนมันเพ่ะๆแบบระบบราชการมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เอกสารไม่ครบก็สมัครกันไม่ได้ เราแทบนึกไม่ออกว่าเราสามารถเจรจาต่อรองได้ขนาดนี้</p>
<p>แต่ทำได้ครับ เขายอม ผมเพียงแค่ต้องกรอกใบสมัครเพิ่มอีกจำนวนหนึ่งเป็นคำถามสำหรับพวกที่จะเรียนแบบ Thesis-based หรือพูดง่ายๆคือพวกที่ต้องทำโปรเจ็กจบ(อีกแล้ว)นั่นเอง</p>
<p>พวกนี้ต้องไปช่วยงานตามห้องวิจัย ช่วยงานสอนของอาจารย์ ว่าง่ายๆคือเราไปเป็นลูกจ้างชั่วคราวของเขา(ที่ต้องจ่ายตังค์ให้เขาด้วย) นั่นเองครับ</p>
<p>สำหรับพวกที่ทำแบบนี้มีเงินสนับสนุนให้ อย่างน้อยก็พอสำหรับค่าเทอม ขาดเหลือประการใดก็ดิ้นรนเอา</p>
<p>สำหรับคนที่ไม่ได้เก่งเลิศเลอฟ้าประทานขนาด Subject test ได้ Percentile ที่สูงติดเพดาน แค่นี้ก็ไฮโซไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว</p>
<p>แต่ก็ไม่ใช่ว่ามันไม่นำพาเรื่องปวดใจมา</p>
<h3>ข้อสาม การสมัคร Thesis-based มีความเสี่ยง</h3>
<p>เนื่องจากเขาเอาเราไปทำงาน เขาก็ต้องมั่นใจว่ามีตำแหน่งงานให้ นั่นคือเราต้องมีห้องวิจัยอยู่อาศัยและมีอาจารย์ที่ปรึกษาชัดเจนแต่เริ่มแรก</p>
<p>สำหรับผมค่อนข้างลุ้นพอตัวทีเดียว เพราะอาจารย์ที่ผมสนใจอยู่สามท่าน ให้ความสนใจผมอยู่หนึ่งท่าน และมีอาจารย์ที่อยู่ในสายที่ใกล้เคียงแสดงความสนใจกว่าอีกหนึ่งท่าน</p>
<p>ผมต้องเขียนจดหมายยาวเหยียดไปหาอาจารย์ทั้งสองท่านแบบหวั่นเกรงว่าถ้าผมออกหน้าปฏิเสธคนหนึ่งแล้วอีกคนดันไม่รับผมด้วย ผมจะพาลไม่ได้เข้าเรียนเอานะนั่น</p>
<p>แต่ยังไงผมก็ต้องบอกเจตจำนงของผม คือถ้าผมตอแหลเอาทางง่ายไปก่อน สิ่งที่น่ากลัวจริงๆคือผมต้องทนเรียนเรื่องที่มันไม่ใช่ อาจจะไม่ใช่แค่2 ปีสำหรับปริญญาโทและ 5 ปีขึ้นไปถึงปริญญาเอก</p>
<p>ผมลงเดิมพัน และ อาจารย์ที่ผมสนใจจะทำงานด้วยคนนั้น(แต่มีแนวโน้มจะรับผมน้อยกว่า) ก็ตกปากรับคำว่าจะรับผมเข้าแล็ป</p>
<p>งานนี้ไม่ใช่ส้มครับ ทุเรียนหล่นเลยล่ะเนี่ย</p>
<p>แต่ดีใจตอนนี้อาจจะยังเร็วไปนิดเพราะเรื่องอย่างเป็นทางการยังไม่เรียบร้อยครับ หมายถึงกระบวนการบรรจุผมเป็นนักศึกษายังไม่จบสิ้น ผมจึงต้องรอการติดต่อจากทางมหาวิทยาลัยเขาอีกทีอยู่ดี</p>
<p>แต่ก็รู้สึกว่ายังไงก็คงเรียกว่า <strong>ติด</strong> ได้แล้วมั้ง</p>
<br />Posted in Uncategorized Tagged: tips <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/akiragoabroad.wordpress.com/249/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/akiragoabroad.wordpress.com/249/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/akiragoabroad.wordpress.com/249/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/akiragoabroad.wordpress.com/249/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/akiragoabroad.wordpress.com/249/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/akiragoabroad.wordpress.com/249/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/akiragoabroad.wordpress.com/249/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/akiragoabroad.wordpress.com/249/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/akiragoabroad.wordpress.com/249/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/akiragoabroad.wordpress.com/249/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/akiragoabroad.wordpress.com/249/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/akiragoabroad.wordpress.com/249/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/akiragoabroad.wordpress.com/249/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/akiragoabroad.wordpress.com/249/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=akiragoabroad.wordpress.com&amp;blog=10337322&amp;post=249&amp;subd=akiragoabroad&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://akiragoabroad.wordpress.com/2009/04/20/status_april2009/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/c0a77bd72706326ee1b430e03525f59f?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">vekin</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>7-day GRE : Adaptive test อะไรนะ?</title>
		<link>http://akiragoabroad.wordpress.com/2009/02/24/207gre_adaptive/</link>
		<comments>http://akiragoabroad.wordpress.com/2009/02/24/207gre_adaptive/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 24 Feb 2009 12:01:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>vekin</dc:creator>
				<category><![CDATA[articles]]></category>
		<category><![CDATA[adaptive test]]></category>
		<category><![CDATA[general test]]></category>
		<category><![CDATA[GRE]]></category>
		<category><![CDATA[qualitative]]></category>
		<category><![CDATA[verbal]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://akira7.bloggoo.com/?p=248</guid>
		<description><![CDATA[เชื่อมั้ยครับว่า 7 วันก่อนผมเดินเข้าห้องสอบ ผมยังไม่รู้จักคำว่า Adaptive Test เลย เป็นเพื่อนผมคนหนึ่งที่ถามขึ้น เราก็ตอบว่าไม่รู้ดิ เขาก็ เฮ้ย จะสอบแล้วนะ ผมมาเปิดหนังสืออ่านหลังจากนั้นสามสิบนาทีจึงได้รู้ครับ Adaptive Test คือข้อสอบแบบปรับเปลี่ยนตามผู้สอบแบบrealtime โดยคำนวณจากคำตอบของเราในข้อก่อนหน้านี้ ในการสอบ พอเราเปิดโปรแกรมเข้าสู่การสอบปั๊บ software จะตั้งคะแนนให้เราไว้ก่อนแล้วครับอยู่ที่ค่าเฉลี่ยกลางๆราว400แถวๆนั้น คิดว่าเป็นค่าlevelแบบเวลาเราเล่นเกมก็ได้ครับ และคำถามก็จะออกแบบมาให้เหมาะสมกับlevel ของผู้สอบ เช่นถ้าคุณlevel 600 เขาก็จะเอาคำถามสำหรับ up-level ของ level 600 มาให้ ตอบได้ก็ได้ up-level แต่ถ้าคุณตอบผิด software จะคิดว่าคุณมัน 600 ไม่จริงนี่หว่า แล้วก็ &#8230; <a href="http://akiragoabroad.wordpress.com/2009/02/24/207gre_adaptive/">Continue reading <span class="meta-nav">&#8594;</span></a><img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=akiragoabroad.wordpress.com&amp;blog=10337322&amp;post=248&amp;subd=akiragoabroad&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เชื่อมั้ยครับว่า 7 วันก่อนผมเดินเข้าห้องสอบ ผมยังไม่รู้จักคำว่า Adaptive Test เลย เป็นเพื่อนผมคนหนึ่งที่ถามขึ้น เราก็ตอบว่าไม่รู้ดิ เขาก็ เฮ้ย จะสอบแล้วนะ</p>
<p>ผมมาเปิดหนังสืออ่านหลังจากนั้นสามสิบนาทีจึงได้รู้ครับ Adaptive Test คือข้อสอบแบบปรับเปลี่ยนตามผู้สอบแบบrealtime โดยคำนวณจากคำตอบของเราในข้อก่อนหน้านี้</p>
<p>ในการสอบ พอเราเปิดโปรแกรมเข้าสู่การสอบปั๊บ software จะตั้งคะแนนให้เราไว้ก่อนแล้วครับอยู่ที่ค่าเฉลี่ยกลางๆราว400แถวๆนั้น คิดว่าเป็นค่าlevelแบบเวลาเราเล่นเกมก็ได้ครับ และคำถามก็จะออกแบบมาให้เหมาะสมกับlevel ของผู้สอบ เช่นถ้าคุณlevel 600 เขาก็จะเอาคำถามสำหรับ up-level ของ level 600 มาให้ ตอบได้ก็ได้ up-level แต่ถ้าคุณตอบผิด software จะคิดว่าคุณมัน 600 ไม่จริงนี่หว่า แล้วก็ down-level คุณลงไป</p>
<p>แต่จะupหรือdownมากขนาดไหน เขาบอกว่าขึ้นกับเป็นช่วงไหนของการสอบ ช่วงแรกของข้อสอบlevelของคุณจะพุ่งขึ้นพุ่งลงเร็วมาก แต่ช่วงหลังๆจะเป็นการปรับlevelแบบน้อยๆ เอาให้แน่ใจว่าคุณควรจะเป็น level 660 ดีหรือ670 ดี ดังนั้นเขาเลยบอกว่าจงทุ่มเทมันสมองมากที่สุดที่หนึ่งในสามส่วนแรกของข้อสอบ รองลงมาคืออีกหนึ่งในสามส่วนช่วงกลาง ส่วนสุดท้ายถ้ามีเวลาเหลือมากก็ตั้งใจทำไปดีๆ ถ้าไม่ค่อยมีเวลาแล้วก็เดาให้มันทันเวลา</p>
<p>ดังนั้นAdaptive test จึงเป็นข้อสอบที่ข้ามไม่ได้ การบริหารเวลาจึงต้องดีมากพอสมควร และบางครั้งเราต้องเลือกจะตัดใจอย่างรวดเร็วกับบางคำถามที่ไม่มีทางตอบได้ชัวร์</p>
<p>และผมเจอเยอะมากตอนทำข้อสอบ <strong>verbal</strong></p>
<p>หลักๆของข้อสอบ verbal คือการสอบว่าคุณมีความคุ้นเคยกับคำศัพท์ดีขนาดไหน ที่ว่าดีนี่ ดีในมาตรฐานเจ้าของภาษานะครับ คือเข้าใจใช้ได้จำได้มีความหมายเป็นนามธรรมลอยไปลอยมาอยู่ในหัว</p>
<p>อันนี้ผมได้รับคำเตือนตั้งแต่แรกจากหลายคน รวมทั้งอาจารย์ของผม ว่าไม่ต้องซีเรียสมากหรอก เตรียมตัวไปก็เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ ผลที่ได้ไม่ได้ต่างจากการไม่เตรียมเท่าไหร่หรอก</p>
<p>คือทำไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละ</p>
<p>และมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆครับ</p>
<p>เขาจะสอบอยู่สาม-สี่แบบ ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้เพราะการสอบนี้เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา คือ<br />
1. ความสัมพันธ์ระหว่างคำ ให้คู่ของคำศัพท์มา ถามว่าคู่ในปรนัยข้างล่างนี่มีอันไหนมีความสัมพันธ์เหมือนข้างบนบ้าง<br />
2. คำตรงกันข้าม ที่ไม่ได้ข้ามกันจริงๆ แค่ความหมายฉีกจากกันมากที่สุด<br />
3. เติมคำในช่องว่างคำให้เหมาะสม<br />
4. อ่านสรุปความ อันนี้ผมทำได้เยอะสุดแล้วครับ เพราะที่เหลือน่ะเหรอ&#8230;.</p>
<p>ให้คำอะไรมายังไม่รู้จักเลย!!</p>
<p>คนไปเรียนตั้งใจท่องศัพท์จะช่วยได้&#8221;บ้าง&#8221; แต่ก็ช่วยนะครับ เรามีศัพท์อยู่เยอะจะช่วยเรื่องการตัดchoice แต่ต้องระวังมากว่ามันกำลังถามความหมายไหน ถ้าเรารีบด่วนสรุปมากเกินไปอาจตีความมันผิดก็ได้</p>
<p>ผมยอมรับครับว่าเปิดตัวอย่างข้อสอบปั๊บผมยอมแพ้ทันที ทำแต่ Reading กับเติมคำอยู่สองอย่าง ส่วนเรื่องความสัมพันธ์กับคำตรงข้าม เดาได้ก็เดา รู้บ้างก็ตอบ ตอบไม่ได้ช่างมัน มั่ว บางข้อแค่กวาดสายตาผ่านเท่านั้นผมก็กดตอบเลย มันเสียเวลาครับ ขอเอาเวลาไปนั่งอ่านreading ที่แม้จะศัพท์ยากก็ยังจับใจความได้บ้างดีกว่า</p>
<p>แต่พึงระวังให้ดี อาจมีบางมหาวิทยาลัย บางคณะ บางสถาบันที่เขาอาจซีเรียสเรื่องพวกนี้ ถ้าเช็คแล้วก็เตรียมตัวตามความเหมาะสมครับ ถ้าต้องทุ่มก็ทุ่ม ของผมผมรู้ว่าชิวได้ถึงชิวนะครับ</p>
<p>ส่วน <strong>Qualitative</strong> อีกนัยคือ คณิตศาสตร์ชั้นมัธยม! อันนี้มัธยมจริงๆยืนยัน แต่นั่นก็อาจมีอันตรายนะครับถ้าเราดันลืมไปหมดแล้วหรืออะไรแบบนั้น</p>
<p>อันนี้ผมรู้ตัวดีว่าเอาตัวเองเป็นมาตรฐานไม่ได้เพราะผมเรียนสี่ปีนี่ใช้คณิตศาสตร์หนักหน่วงตลอดเวลา การไปรื้อคณิตศาสตร์มัธยมจึงเป็นการไปรื้อความจำว่าเคยคิดอย่างไร โจทย์แบบนี้ต้องใช้วิธีไหนให้เร็วเท่านั้น ผมเองไม่แน่ใจนักว่าสมมติสี่ปีไม่ได้แตะต้องคณิตศาสตร์เลยนี่เวลาเตรียมตัวควรเริ่มยังไง อันนี้ผมปล่อยปลายเปิดไว้แล้วกันนะครับ ใครอยากแชร์เรื่องนี้ เชิญที่คอมเมนท์ข้างล่างได้เลยนะครับ<br />
<strong><br />
จบเรื่องทฤษฎี มาถึงของจริง</strong></p>
<p>รู้สึกดีครับที่ของจริงไม่ได้ต่างสภาพอะไรจากที่ผมอ่านในหนังสือเท่าไหร่ แต่คำเตือนก็คือข้อสอบของเขาจะปรับเปลี่ยนอยู่เรื่อยๆในแง่ของรูปแบบ ตอนที่ผมเข้าไปสอบก็มีการขอความร่วมมือทำข้อสอบตัวอย่างเพื่อเก็บเป็น database ด้วย ดังนั้นการเตรียมตัวต้องให้มั่นใจว่าเป็นข้อสอบของปีล่าสุดหรือปีใกล้ๆ ไม่อย่างนั้นก็จะฟิตเทคนิคไปฟรีไม่ได้ใช้</p>
<p>ความจริงนั่นอาจจะไม่ได้กระทบอะไรมากก็ได้ถ้า 1.คุณเก่งมากจนไม่ต้องใช้เทคนิค 2.คุณชิวมากจนไม่ได้แคร์มากนักว่ามันพลิกโผ แต่ผมเดาว่าพวกเราส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ทั้งสองจำพวกนี้</p>
<p>ถ้าถามว่ามันสำคัญอย่างไร มันสำคัญในเรื่องการบริหารเวลาครับ ว่าข้อสอบลักษณะนี้จะทำให้เร็วได้อย่าง แบบไหนให้ปล่อยไปเดาได้เลย หรือแบบไหนที่อดทนทำต่ออีกหน่อย ใช้เวลามาขึ้นก็ได้</p>
<p>ดังนั้นตอนซ้อมผมแนะนำให้จับเวลาทุกครั้ง ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพไหนจะพร้อมหรือไม่ เพราะเราจะได้สังเกตารใช้เวลาของตัวเองและจัดการได้ถูกในวันสอบจริง<br />
<strong><br />
ข่าวดีคือ&#8230;.</strong></p>
<p>เมื่อสอบเสร็จคุณจะได้รู้คะแนนส่วน Adaptive Test ทันที</p>
<p>เป็นรายงานอย่างไม่เป็นทางการแต่เป็นคะแนนจริง เพราะมันมาจากโปรแกรมที่คำนวณความสามารถของคุณเสร็จสรรพแล้ว จะซีดหรือไม่รู้กันตอนนั้น ถ้าต้องแก้ตัวก็เตรียมตัวได้เลยทันที</p>
<p>แต่ส่วนที่เป็น essay นี่จะมาพร้อมรายงานอย่างเป็นทางการ ว่ากันว่าคนได้มากจะได้กันที่ 2.5-3 เต็ม 6 คะแนน ดังนั้นได้ต่ำอย่าตกใจ อย่าลืมว่านี่ไว้ทดสอบเจ้าของภาษา เราได้ต่ำมันไม่แปลกเลยครับ</p>
<p>ทั้งสามส่วนจะรายงาน percentile ของเราเทียบกับผู้สอบทั่วโลกมาด้วย แต่ส่วนนั้นไม่ได้มีผลมากนักหรอกครับ แค่เอาไว้ดูให้เปรียบเทียบระดับของเรากับกลุ่มประชากรที่คงจะเรียนพร้อมกับเราก็เท่านั้นเอง</p>
<p>สอบเสร็จแล้วก็รออีกราวเดือนหนึ่งก็ได้ครับผลอย่างเป็นทางการแล้วครับ ผลนี้เราจะให้เขาพิมพ์คะแนน GRE subject มาด้วยก็ได้ จะอยู่บนใบเดียวกันเลย</p>
<p>ว่าแล้วก็ส่งผลไปยังมหาวิทยาลัยที่ต่างประเทศในทันใด</p>
<br />Posted in articles Tagged: adaptive test, general test, GRE, qualitative, verbal <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/akiragoabroad.wordpress.com/248/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/akiragoabroad.wordpress.com/248/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/akiragoabroad.wordpress.com/248/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/akiragoabroad.wordpress.com/248/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/akiragoabroad.wordpress.com/248/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/akiragoabroad.wordpress.com/248/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/akiragoabroad.wordpress.com/248/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/akiragoabroad.wordpress.com/248/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/akiragoabroad.wordpress.com/248/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/akiragoabroad.wordpress.com/248/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/akiragoabroad.wordpress.com/248/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/akiragoabroad.wordpress.com/248/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/akiragoabroad.wordpress.com/248/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/akiragoabroad.wordpress.com/248/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=akiragoabroad.wordpress.com&amp;blog=10337322&amp;post=248&amp;subd=akiragoabroad&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://akiragoabroad.wordpress.com/2009/02/24/207gre_adaptive/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/c0a77bd72706326ee1b430e03525f59f?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">vekin</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>
